ผ่านาทีวิกฤติ : วิเคราะห์มุมมองชาย-หญิงผู้ผ่านการฆ่าตัวตาย

 

 

·        มาโนช  หล่อตระกูล  .., วว.(จิตเวชศาสตร์)

 

รองศาสตราจารย์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  ถนนพระราม 6 กรุงเทพฯ 10400

 

·        สุพรรณี เกกินะ วท.. (จิตวิทยาคลินิก)

 

นักจิตวิทยา กลุ่มงานจิตเวช  โรงพยาบาลศูนย์เชียงรายประชานุเคราะห์

อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000

 

·        อัปษรศรี ธนไพศาล วท.. (จิตวิทยาคลินิก)

 

นักจิตวิทยา 6 กลุ่มงานจิตเวช  โรงพยาบาลศูนย์เชียงรายประชานุเคราะห์

อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000

 

 

 

 

 

การวิจัยได้รับการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตายด้วยกระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพ พ.. 2542 สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต

กระทรวงสาธารณสุข

 

ได้รับรางวัลวิจัยดีเด่นในการประชุมวิชาการประจำปีราชวิทยาลัยจิตแพทย์และสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทยครั้งที่ 27  วันที่  18-19 พฤศจิกายน 2542 ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี กรุงเทพมหานคร

 

 

 

ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ

มาโนช  หล่อตระกูล, สุพรรณี เกกินะ, อัปษรศรี ธนไพศาล.

ฆ่าตัวตาย. -- กรุงเทพฯ : ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาบดี, 2543.

80 หน้า.

1.      การฆ่าตัวตาย -- สุขภาพจิต

I ชื่อเรื่อง

 

ISBN   974-664-348-7

 

 

 

 

พิมพ์ครั้งที่ 1       กรกฎาคม 2543

                        ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาบดี

มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนพระราม 6 กรุงเทพฯ 10400

โทรศัพท์ 201-1478, 2011275

โทรสาร  2011275

 

 

  

 

เปิดเอกสารด้วยโปรแกรม acrobat pdf

 

สารบัญ

 

 

หน้า

 

กิตติกรรมประกาศ

1

 

บทคัดย่อ

2

 

บทที่ 1   ความสำคัญของปัญหา

3

 

บทที่ 2   ระเบียบวิธีการศึกษา

5

 

บทที่ 3   ลักษณะทั่วไป

9

 

บทที่ 4   สภาพปัญหากดดัน

13

 

บทที่ 5   ในวังวนของปัญหา

21

 

บทที่ 6   สู่นาทีวิกฤติ

31

 

บทที่ 7   ชีวิตยังไม่สิ้นต้องดิ้นไป

43

 

บทที่ 8   มุมมองต่อการฆ่าตัวตาย

45

 

บทที่ 9   อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

49

 

บทที่ 10  เอกสารอ้างอิง

65

 

ภาคผนวก ก. ประวัติย่อของผู้พยายามฆ่าตัวตาย 

69

 

ภาคผนวก ข. แบบสอบถามและแนวการสัมภาษณ์

77

 

ประวัติผู้วิจัย

83

 

 

 


 

 

กิตติกรรมประกาศ

 

คณะผู้วิจัยขอขอบพระคุณบุคคลต่างๆ ที่มีส่วนให้การศึกษานี้ลุล่วงไปด้วยดี อันได้แก่ รศ.ดร.เบญจา ยอดดำเนิน แอ็ตติกจ์   รศ.ดร.จรรยา เศรษฐบุตร  และรศ.ดร.บุปผา ศิริรัศมี แห่งสถาบันวิจัยวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการวิจัยอย่างยิ่งนพ.ประเสริฐ  ผลิตผลการพิมพ์ โรงพยาบาลศูนย์เชียงรายประชานุเคราะห์ ที่ให้ความอนุเคราะห์ในด้านต่างๆ ต่อคณะผู้วิจัยมาโดยตลอด, อาจารย์อุบลวรรณ แสนมหายักษ์ โรงเรียนบ้านแม่ข้าวต้มท่าสุด จังหวัดเชียงราย และผศ.ดร.ยิ่งยง เทาประเสริฐ สถาบันราชภัฎเชียงราย ที่กรุณาให้ข้อมูลตลอดจนความคิดเห็นที่มีคุณค่ายิ่ง, สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต ที่ให้ทุนสนับสนุนโครงการวิจัยนี้, และท้ายที่สุดขอขอบคุณผู้พยายามฆ่าตัวตายทุกท่านเป็นอย่างยิ่งที่ยินดีให้รายละเอียดต่างๆ เพื่อการศึกษาแก่ผู้วิจัย


 

บทคัดย่อ

 

วัตถุประสงค์      เพื่อศึกษาลักษณะปัญหากดดัน การปรับตัว พฤติกรรมการฆ่าตัวตาย และมุมมองต่อการฆ่าตัวตาย ของผู้พยายามฆ่าตัวตายเพศหญิงและชาย

วิธีการศึกษา ศึกษาผู้พยายามฆ่าตัวตายเพศหญิงและชายที่มีอายุ 14-40 ปี ที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์เชียงรายประชานุเคราะห์ ตั้งแต่เมษายน 2542 เพศละ 10 คน โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์ระดับลึกตามแนวคำถามที่ได้สร้างขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยกระบวนการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ

ผลการศึกษา    ผู้พยายามฆ่าตัวตายเพศชายมีอายุ 17-40 ปี เพศหญิงอายุ 17-27 ปี ส่วนใหญ่เป็นชาวชนบท การศึกษาระดับประถมและมัธยมต้น  มีสถานภาพสมรสเป็นโสดและคู่พอๆ กัน  ปัญหากดดันของเพศหญิงส่วนใหญ่เป็นจากคู่รักหรือสามีไปมีหญิงอื่นทำให้ตนเองมีความรู้สึกไม่มั่นคง ในขณะที่เพศชายจะมีปัญหาทะเลาะกับญาติใกล้ชิดหรือคู่ครอง  ในผู้ที่แต่งงานแล้วครอบครัวเดิมยังมีบทบาทอยู่สูงซึ่งในหลายรายพบว่าเป็นปัจจัยกดดัน เพศหญิงมักไม่มีคนที่สนิทหรือคนที่พอให้คำแนะนำได้ ส่วนเพศชายมักไม่พูดปรึกษาใคร และมีการปรับตัวต่อปัญหาในทางลบ เช่น ดื่มเหล้า ออกเที่ยวหนีปัญหา

ส่วนใหญ่ของผู้พยายามฆ่าตัวตายเห็นว่าการฆ่าตัวตายเป็นบาป เพราะเป็นการก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น  ก่อนการกระทำไม่ได้คิดหรือเชื่อในเรื่องชาติหน้า การฆ่าตัวตายเสมือนเป็นที่รับรู้กันว่าถ้าคนเราทุกข์ใจมากๆ หรือไม่มีทางออกก็อาจจะฆ่าตัวตายได้ มีหลายรายที่เมื่อทะเลาะกันรุนแรงจะมีการท้าทายหรือบอกให้อีกฝ่ายไปตายเสีย  และมีบางรายที่คนใกล้ชิดเคยมีพฤติกรรมฆ่าตัวตาย  ลักษณะการฆ่าตัวตายจะเป็นแบบ "ชั่ววูบส่วนใหญ่ใช้วิธีกินสารพิษ เช่น ยาเบื่อหนู ยาฆ่าแมลง และยานอนหลับ เป็นต้น  โดยเพศชายบอกเพราะยาอยู่ใกล้ตัว ส่วนเพศหญิงเห็นว่าเป็นวิธีการที่ไม่ทรมาน นอกจากนี้สารพิษเหล่านี้เป็นสิ่งที่หาได้ง่าย โดยมีทั้งที่อยู่แล้วในบ้านหรือออกไปหาซื้อได้โดยง่าย หลังการกระทำส่วนใหญ่ปัญหาจะคลี่คลายจากการที่ญาติหรือคนใกล้ชิดให้อภัยและยอมรับการกระทำ และผู้กระทำมักมีมุมมองต่อปัญหาเปลี่ยนไปในทางบวก หรือเห็นทางเลือกอื่นในการแก้ปัญหา

สรุป     ปัญหาสำคัญของเพศหญิงคือการนอกใจของคู่ครอง ส่วนเพศชายค่อนข้างขาดความมั่นคงทางจิตใจ โดยเฉพาะหากเรื่องที่มากระทบทำให้ตนเองรู้สึกด้อยค่า ในภาพรวมปัญหาของหญิงอยู่บนพื้นฐานของมาตรฐานเชิงซ้อนทางเพศ ส่วนเพศชายนั้นในปัจจุบันบทบาทและสถานภาพของตนเองมีความสำคัญลดลงกว่าแต่ก่อน  แนวทางการช่วยเหลือของบุคคลวัยหนุ่มสาวในแต่ละเพศจึงน่าจะแตกต่างกัน โดยในเพศหญิงมาตรการสำคัญน่าจะอยู่ที่การปรับสภาพนอกตัว มีการส่งเสริมความมั่นคงในชีวิตครอบครัว ในขณะที่เพศชายนั้นควรช่วยโดยการเสริมทักษะในการดำเนินชีวิต