เราจะช่วยเหลือเขาอย่างไร
- เราขอชื่นชมที่คุณอยากจะช่วยเหลือเขา การช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในความทุกข์นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง คนเราจะเห็นน้ำใจ เห็นความจริงใจของกันและกันก็ในยามที่เราเผชิญกับความทุกข์ทรมรู้สึกท้อแท้ต้องการกำลังใจ อย่างที่เขากำลังประสบอยู่ในขณะนี้
เราขอมอบคำแนะนำต่อไปนี้ให้แก่คุณ โดยหวังว่าจะมีส่วนให้คุณคลายความกังวลใจว่าจะช่วยเขาอย่างไรลงได้บ้าง
ขอให้สนใจกับสิ่งที่เขาพูดอย่างจริงจัง อย่าคิดว่าเขาพูดเล่นๆ เรียกร้องความสนใจ หรือเขาคงไม่ทำหรอก เรื่องไม่เห็นจะรุนแรงอะไร เรื่องที่เกิดขึ้นกับเขาจะรุนแรงมากหรือน้อย เราตัดสินจากความเห็นของเราไม่ได้ แต่ละคนก็เห็นปัญหาต่างกัน จริงๆ แล้วไม่ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาใหญ่หรือรุนแรงแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่ที่เขามองปัญหาอย่างไรต่างหาก
การพยายามฆ่าตัวตายเป็นการร้องขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เราอาจคิดว่าการที่เขาฆ่าตัวตายแสดงว่าเขาได้ตัดสินใจแน่นอนแล้ว คงเปลี่ยนใจเขายาก แต่จริงๆ แล้วจากการศึกษาพบว่าส่วนใหญ่คนที่ฆ่าตัวตายจะมีความรู้สึกสองจิตสองใจจริงๆ แล้วเขาอยากมีชีวิตอยู่ แต่เขาทนความปวดร้าว ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นไม่ไหว ถ้าความทุกข์นี้ลดลงหรือได้รับการช่วยเหลือหรือมีคนชี้แนะ ความคิดอยากตายมักหายไปในที่สุด
ถ้าเขาบอกคุณ หรือคุณเห็นว่าเขามีท่าทีจะฆ่าตัวตาย อย่ารีรอ เขาอยู่ในช่วงวิกฤติ การลังเลใจที่จะพูดคุยกับเขาเรื่องที่เขาทุกข์ใจ หรือคิดว่าไม่อยากทำให้เขากระเทือนใจอีก บางทีกลับเป็นเหมือนเราไปปิดกั้นทำนบไว้
ในช่วงเวลาที่ทุกข์ใจเช่นนี้ เขามักมองโลกในแง่ลบ คิดว่าไม่มีใครช่วยเขาได้ ไม่มีใครจริงใจกับเขา หรือไม่อยากรบกวนคนอื่นอีกแล้ว เพราะฉะนั้น เราควรเป็นฝ่ายเข้าหาเขา มากกว่าที่จะรอให้เขาร้องขอออกมาเอง เพราะบางครั้งเขาไม่พูด แม้ในขณะนั้นจิตใจเขาต้องการความช่วยเหลืออย่างที่สุด
ช่วงนี้เขาจะปวดร้าว อ่อนไหว กลัวไปหมด จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นก็กลัวเขาจะว่าเรื่องไม่เห็นมีอะไรเลย กลัวจะยิ่งถูกตำหนิ กลัวการถูกปฏิเสธ รู้สึกไม่มีใครเข้าใจเขาอีกแล้ว ฯลฯ สภาพจิตใจของเขาตกต่ำลงมาก การช่วยเหลือของเรา ณ ขณะนี้ คือ การช่วยให้เขาคลายจากความทุกข์ใจเฉพาะหน้านี้ไปก่อน
ท่าทีในการสนทนาเป็นสิ่งสำคัญ ควรฟังด้วยท่าทีพร้อมที่จะรับในสิ่งที่เขาเล่า ไม่ว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรก็ตาม ไม่มีท่าทีด่วนไปตัดสินว่าเขาไม่น่าทำอย่างนั้นอย่างนี้ ฟังด้วยความเยือกเย็น ไม่ลนลาน หรือวิตกกังวล แสดงความสนใจอารมณ์ความรู้สึกของเขา บางทีการแสดงความห่วงใยเล็กๆ น้อยๆ เช่น ชงโอวัลตินให้ เอาน้ำเย็นให้ ก็ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นได้จากการรู้สึกว่าเราแคร์เขา
เราอาจจะอึดอัดใจ ไม่รู้จะคุยอะไร ไม่รู้จะพูดอย่างไรให้เขาหายทุกข์ใจหรือเปลี่ยนใจ แต่จริงๆ แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ "การฟัง" ไม่ต้องไปมัวคิดว่าจะพูดอะไร หรือหวังว่าจะมีคำคมที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจ มีกำลังใจขึ้นมา เพียงแต่เรามีความจริงใจ มีความปรารถนาดีที่จะช่วยเขา จะเข้าใจเขา ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะออกมาเองตามธรรมชาติ เขารับรู้ได้ถึงความจริงใจของเรา เปิดโอกาสให้เขาได้พูด พยายามให้เขาเล่าเรื่องให้เราฟัง รับฟังโดยมองตามมุมมองของเขา อย่าเพิ่งไปขัดหรือแย้งเขา (ถ้าเขาคิดเหมือนเรา เขาก็คงไม่เป็นอย่างตอนนี้)ให้เขารู้ว่าเราพร้อมเสมอที่จะรับฟังเขา เราอยู่ข้างเคียงเขา
ในคนที่ยังไม่ได้พยายามฆ่าตัวตาย แต่เราสงสัยว่าเขาอาจจะทำ เพราะมีท่าทีส่อหลายอย่าง เช่น พูดเป็นนัยๆ ว่าเราอาจไม่ได้เจอกันอีก หรือบอกว่าเราคงไม่ต้องห่วงเขาอีกแล้ว หรืออีกหน่อยทุกคนคงจะได้สบายใจกันแล้ว ฯลฯ ขอให้ถามดูว่าเขามีความคิดเรื่องการฆ่าตัวตายไหม มักคิดกันว่ากับคนที่กลุ้มใจอยู่แล้ว การที่เราไปถามอย่างนี้เท่ากับไปชี้โพรงให้กระรอก แต่จริงๆ แล้วการถามกลับเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้พูด ออกมาตรงๆ ถ้าคนที่ไม่คิดอยู่แล้วเขาก็ไม่คิด คำพูดคำเดียวของเราไม่ได้ทำให้เขาคิดขึ้นมา
การถามอาจเริ่มจากคำพูดกว้างๆ ว่า "บางครั้งเคยกลุ้มใจมากๆ จนถึงกับคิดไม่อยากอยู่ไหม (คิดอยากไปให้พ้นๆไหม)" ถ้าเขาบอกว่าเคยเหมือนกันก็ถามลึกลงไปว่า คิดยังไง คิดจะทำยังไง ไปจนถึงคิดบ่อยไหม คิดครั้งสุดท้ายเมื่อไร
การถามเรื่องนี้ทำให้เขาได้ระบายความรู้สึกลึกๆ ออกมา เขารู้สึกว่าเราห่วงเขาจริง ไม่ใช่แค่คุยแล้วปลอบใจให้มันผ่านๆ ไป แต่เราเห็นว่าปัญหาของเขาเป็นเรื่องสำคัญและอยากช่วยเขาจริงๆ ขณะที่เขาเล่าเรื่องความคิดอยากตายนั้น ความรู้สึกคับข้องใจ ความทรมานใจกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็มักจะพรั่งพรูตามออกมาเราจะเข้าใจเขามากขึ้น และเขาก็รู้สึกดีขึ้นด้วย
ถ้าดูแล้วเขาคิดอยากตายค่อนข้างมาก อย่าปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว ยิ่งถ้าเราดูแล้วเรื่องราวต่างๆ ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ยิ่งไม่ควรไว้วางใจ แม้เขาจะบอกว่าสบายใจแล้วก็ตาม เก็บข้าวของที่เขาอาจใช้เป็นเครื่องมือฆ่าตัวตายไว้ให้หมด
ข้อคิดคือ "ทำมากดีกว่าทำน้อย จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง"
อย่ารีรอ
อย่าลังเล ไม่มีคำว่าความลับ
ในความรู้สึกสองจิตของใจของเขานั้น
ใจหนึ่งเขาก็ไม่อยากจะให้ใครรับรู้เรื่องที่เขาเจ็บช้ำใจเรื่องที่เขาอับอาย
แต่ส่วนลึกแล้วเขาต้องการความช่วยเหลือ
การที่เราร่วมรับรู้ปัญหาของเขาเป็นการช่วยเหลือเขาไประดับหนึ่งแล้ว
แต่ถ้าเราดูแล้วเราไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาของเขาได้
ไม่รู้จะช่วยอย่างไร
อย่าลังเลใจที่จะปรึกษาคนอื่น
ให้รีบปรึกษาคนรู้จักที่เราคิดว่าไว้ใจได้
น่าจะให้คำแนะนำ หรือช่วยเขาได้
ช่วยกันหาทางว่าจะช่วยเขายังไง
ในบางครั้งเราช่วยเขาได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยเรื่องของเขาไปหมด
หรือคนที่เราปรึกษาอาจไม่รู้ว่าคนๆ
นั้นคือใคร
ถ้าไม่รู้จะปรึกษาใครจริงๆ หรืออึดอัดใจที่จะเล่าเรื่องให้คนอื่นฟัง ให้โทรปรึกษาหน่วยให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ (หมายเลขโทรศัพท์อยู่ท้ายเรื่อง) เล่าเรื่องให้เขาฟัง ถ้าไม่มั่นใจอย่าพยายามแก้ไขปัญหาให้เขาตามลำพัง ให้ปรึกษาคนอื่น อย่างน้อยก็ปรึกษาศูนย์ฮอทไลน์ การแก้ปัญหาคนเดียวเราอาจมองอะไรไม่รอบด้านหรืออาจมองผิดพลาดไปได้ การได้คุยกับคนที่มีประสบการณ์กับเรื่องเหล่านี้มามาก จะทำให้เราได้คำแนะนำหรือแนวทางในการช่วยเหลือเขาที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ
- - TIPS - -
1. ให้เวลารับฟังเขา
เปิดโอกาสให้เขาพูด
ไม่ต้องกังวลว่าจะพูดอะไร
หน้าที่ตอนนี้คือรับฟังให้มาก
2.
ท่าทีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ที่จะทำให้เขาพูดหรือไม่พูด
3.
ฟังด้วยความพยายามที่จะเข้าใจความทุกข์ใจ
และปัญหาในมุมมองของเขา
4.
ไม่รีบให้คำแนะนำ
หรือบอกว่าอย่าคิดอย่างนี้
หรือหาเหตุผลมาหักล้างความคิดของเขา
ยิ่งทำเขายิ่งไม่อยากเล่า
5.
ดูว่าเขามีความคิดเรื่องการฆ่าตัวตายไหม
อย่ากลัวที่จะถาม
ถามความถี่บ่อย วิธี
ความคิดครั้งสุดท้าย
6.
อยู่ใกล้เขา
ให้เขารับรู้ว่าเราพร้อมที่จะช่วยเขาตลอดในช่วงนี้
7. เก็บของมีคมหรือของที่เห็นว่าเขาอาจใช้ทำร้ายตัวเอง
8.
ถ้าไม่ได้อยู่กับเขา
บอกเขาว่าเราจะหมั่นโทรมาเช็ค
ถ้าเขารู้สึกไม่สบายใจให้รีบโทรมาหาเราทันที
9.
ถ้าไม่รู้จะช่วยอย่างไรให้ปรึกษาคนอื่น
10. ถ้าไม่รู้จะปรึกษาใครให้ปรึกษาหน่วยบริการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์
11.
ข้อควรจำ "ทำมากดีกว่าทำน้อย"
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -