คิดไม่ตกตัดสินใจไม่ได้ทำอย่างไร

ผศ.นพ.สเปญ อุ่นอนงค์

ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ รามาธิบดี

บ่อยครั้งที่เรามีเรื่องกังวลใจคิดไม่ตกและไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี เบื่อที่ทำงานจะลาออกดีไหม? เบื่อกรุงเทพฯจะขอย้ายไปไกลๆเลยดีไหม? ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว นอนไม่หลับ หงุดหงิด หยุดคิดก็หยุดไม่ได้ ไหนๆก็หยุดคิดไม่ได้เรามาคิดให้เป็นเรื่องเป็นราวกันดีกว่า ในการคิดให้เป็นเรื่องเป็นราวให้ดีเราควรคิดลงกระดาษ เพราะสมองของเราทำงานเร็วแต่มีความจุในส่วนของความจำน้อยทำให้การคิดในใจในเรื่องที่มีเนื้อหาเยอะๆทำได้ยากยิ่งคิดก็จะยิ่งฟุ้งซ่านครับ หยิบกระดาษขึ้นมาสักแผ่นแล้วคิดไปจดไปจะดีกว่า

การที่เราคิดอยากทำอะไรสักอย่างแสดงว่าเราเห็นว่าการทำแบบนั้นมีข้อดี อย่างน้อยก็ดีสำหรับตัวเรา เราเบื่อที่ทำงานอยากลาออกแสดงว่าเราเห็นว่าการลาออกมีข้อดี มีข้อดีอะไรบ้างให้จดลงไป เช่น สะใจดีเจ้านายจะได้ปวดหัวแทนเรา หรือจะได้พ้นไปจากเจ้านายจู้จี้ขี้บ่นคนนี้เสียที จะได้พ้นภาระที่เรากำลังทำอยู่เสียที จะได้มีเวลาพักผ่อนมากๆนอนให้เต็มตาไปเลย ฯลฯ นึกอะไรได้ให้จดลงไปก่อนทั้งข้อดีที่เป็นเหตุเป็นผลและข้อดีที่เป็นไปตามอารมณ์ ต่อไปก็ให้คิดถึงข้อเสียบ้าง การที่เราอยากจะทำอะไรสักอย่างแต่เรายังลังเลอยู่แสดงว่าลึกๆ แล้วเราก็เห็นว่าการทำแบบนั้นมีข้อเสีย มีข้อเสียอะไรบ้าง? คิดดู แล้วจดลงกระดาษ เช่น ลาออกจากงานแล้วจะไม่มีเงินใช้ ลาออกแล้วจะเอาเวลาไปทำอะไร คนตกงานมักหางานใหม่ยากกว่าคนที่ยังมีงานทำอยู่ เสียดายงานนี้เพราะที่จริงก็เป็นงานที่เราชอบ ลาออกกลัวคนว่าๆหนีปัญหา ลาออกแล้วลาออกเลยเปลี่ยนใจกลับเข้ามาใหม่ไม่ได้ ฯลฯ ให้ทำทำนองเดียวกับข้อดีคือนึกอะไรได้ก็ใส่ลงไปอย่างเพิ่ง"เซ็นเซอร์"ความคิดอันนั้นเสียก่อน

หลังจากนั้นให้ลองทบทวนดูข้อดีข้อเสียแต่ละข้อนั้นแล้วลองคิดดูว่าเรา "เชื่อ"ในข้อดีข้อเสียข้อนั้นแค่ไหน เช่นลาออกแล้วไม่มีเงินใช้หรือคนจะว่าเอาจริงหรือ ลาออกแล้วเจ้านายจะเดือดร้อนจริงหรือ เมื่อทบทวนดูแล้วข้อไหนที่เราไม่เชื่อให้ตัดออก เก็บไว้เฉพาะข้อที่เรา"เชื่อ" หรือ"เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง" ขั้นตอนต่อไปคือเอากระดาษแผ่นนั้นกลับมาดูอีก คราวนี้ให้ลองให้คะแนนว่าข้อดีข้อเสียแต่ละข้อนั้นมีความหมายกับเรามากน้อยเพียงใด เช่น ความสะใจที่เจ้านายตัวดีจะได้หัวปั่นนี่มีความหมายมากเราก็ให้คะแนนมาก การจะได้พักสักระยะหนึ่งก็ดีเหมือนกันแต่ไม่ค่อยมีความหมายเท่าไรเราก็ให้คะแนนน้อยหน่อย ข้อเสียเช่นออกจากงานก็ไม่มีเงินใช้ถ้ามีผลกับเรามากเราก็ให้คะแนนเป็นลบมาก แต่ถ้าเราไม่เดือดร้อนกับรายได้ที่ขาดหายไปเราก็ให้คะแนนเป็นลบน้อยๆหรือให้ศูนย์ไปเลย ฯลฯ หลังจากนั้นก็ลองบวกลบดูว่าการลาออกจะมีผลดีหรือผลเสีย กับตัวเรามากกว่ากัน

ถ้าบวกลบออกมาแล้วไม่ถูกใจแสดงว่าเราอาจ"เปิดเผย"ข้อดีข้อเสียไม่หมดใจ หรือให้คะแนนไม่"ตรงกับใจ" ให้ลองทบทวนดูใหม่

บวกลบเสร็จตรงกับใจแล้วอย่าเพิ่งลงมือปฏิบัติ ให้เก็บไว้ก่อน อีก 2-3 วันให้หยิบขึ้นมาดูใหม่ เมื่อเวลาผ่านไปอารมณ์ของเราจะเปลี่ยนไป คะแนนที่เราให้กับข้อดีข้อเสียต่างๆจะเปลี่ยนไปด้วย ให้ทบทวนดูหลายๆครั้งโดยเฉพาะเรื่องที่สำคัญๆเราจะพบว่าครั้งหลังๆคะแนนจะไม่ค่อยเปลี่ยน นี่จะเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุผลเท่าที่เรามีข้อมูล ให้ทำตามนั้น

ทุกปัญหามีทางออกเสมอ แม้ว่าทุกทางออกจะมีข้อดีบ้าง ข้อเสียบ้าง