สุขภาพจิต
จิรา เติมจิตรอารีย์ พยาบาลจิตเวช
สุขภาพจิตเป็นสภาวะทางจิตใจของบุคคล
ซึ่งโดยธรรมชาติภาวะทางจิตใจมีการปรับเปลี่ยนแปลง
ตามสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวของผู้นั้น
ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ซึ่งมีการพัฒนาการไปอย่างไม่หยุดยั้ง สุขภาพจิตของคนเรา
จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนแปลงตาม นับเป็นความยากลำบากพอควรของมนุษย์ที่จะต้องปรับตัว
ปรับใจไปกับการเปลี่ยนแปลง ที่เปลี่ยนแปลงไป
มนุษย์ปุถุชนยังติดใจรสชาติของการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ชีวิตสมัยใหม่ไม่ต้องทน
กับความยากลำบากในการเดินทางนานๆเพราะมีเครื่องบินให้ความสะดวกรวดเร็ว
ไม่ต้องทนร้อนเพราะมีเครื่องปรับอากาศใช้ มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย
ให้เลือกใช้อย่างเสรี แสนจะสนุก และแสน จะสบายเป็นยิ่งนัก
มนุษย์จึงต้องลงทุนปรับตัว ปรับใจให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เราหยุด
การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ก็จริง แต่เราสามารถที่จะปรับเปลี่ยนแปลงตามได้
ซึ่งการปรับเปลี่ยนเป็นไปได้หลายรูปแบบ เช่น อาจจะเปลี่ยนเป็นใหม่ทั้งหมด
หรือคงเก่าที่ดีไว้ หรือปรับรับแต่สิ่งใหม่ๆที่ดีๆทั้งหมด เป็นต้น
ซึ่งการที่จะปรุงแต่งหรือผสมผสานอย่างไรนั้น ย่อมแล้วแต่ความพึงพอใจของแต่ละคนไป
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าชีวิตนี้หนีไม่พ้นการปรับตัว ปรับใจ
บุคคลผู้สามารถปรับตัวได้ในสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยตนเองมีความสุข
สามารถในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงตนเองได้ตามสถานการณ์ ด้วยเหตุด้วยผลอันเหมาะสม
มีความยืดหยุ่น ก็คือผู้ที่มีสุขภาพจิตดี
ซึ่งสุขภาพจิตที่ดีเปรียบได้กับต้นไม้ของสุขภาพจิตดีดังต่อไปนี้
สุขภาพจิตดีเปรียบได้กับต้นไม้ที่รากเต็มไปด้วยความเป็นมิตร
ความมีเมตตา การให้อภัย มีความอดทนและสำนึกในบุญคุณผู้อื่น มีความรับผิดชอบ
มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต จิตใจมั่นคง มีความอบอุ่น และมีความรัก
ก่อให้เกิดความไว้วางใจ กลายเป็นลำต้นที่แข็งแรง
เกิดการแตกแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นความคิดริเริ่มสร้างสรร ได้รับการยอมรับในสังคม
เป็นผู้ที่คำนึงถึงบุคคลอื่น มีแรงจูงใจ พอใจและรู้จักตนเองอย่างแท้จริง
ชีวิตมีเป้าหมาย พบความเจริญงอกงาม
รู้รับผิดชอบและมีความสามารถใช้ศักยภาพของตนได้อย่างดี
ทำประโยชน์และอุทิศตนเพื่อสังคม มีความสุขในชีวิต
แต่ชีวิตคนเรามีขึ้น มีลง และมนุษย์ปุถุชน ก็ยังคงมีความอยาก
ความต้องการ ดังนั้นชีวิตย่อมจะต้องเผชิญต่อความสมหวัง และความผิดหวังเป็นธรรมดา
เมื่อคนเราพบความยุ่งยากใจ ย่อมทำให้ เกิดความตึงเครียด และถ้ามีอะไรมาซ้ำเติมอีก
ก็จะทำให้ความเครียดสูงขึ้นๆ ทำให้สุขภาพจิตอ่อนแอ
และถ้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นมากๆ จนกระทั่งผู้นั้นไม่สามารถทนได้ ย่อมทำให้สุขภาพ
จิตเสีย จิตใจทำงานผิดวิสัยไป เกิดปัญหาหรือโรคทางจิตใจและอารมณ์ได้
ปัญหาหรือโรคทางจิตใจและอารมณ์
เกิดขึ้นเมื่อ
- ตนเองไม่สบายใจ ไม่สบายกาย
- ทำความลำบากให้ผู้อยู่ในแวดล้อมเดียวกัน
- ผู้อื่นเห็นว่าพฤติกรรมของผู้นั้นไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม
สาเหตุของปัญหาจิตใจและอารมณ์
อาจเกิดจากความผิดปกติของ
- ด้านร่างกาย : โรคทางกาย โรคสมอง ความพิการ พันธุกรรม
- ด้านจิตใจ : ลักษณะบุคลิกภาพ การพัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจ
- ด้านสิ่งแวดล้อม : สภาพสังคม วัฒนธรรม ครอบครัว เศรษฐกิจ
อาการของปัญหาจิตใจและอารมณ์
- อาการทางร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง มีปัญหาในการนอน แขนขาชา
ใจเต้นเร็ว เหนื่อยอ่อนเพลียไม่มีแรง - อาการทางจิตใจ เช่น เครียด กังวล ซึมเศร้า ท้อแท้ หมดหวัง
สับสนฟุ้งซ่าน เซ็ง กลัว ระแวง อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย คิดฆ่าตัวตาย - อาการทางพฤติกรรม เช่น ซึม เฉยเมย กระสับกระส่ายไม่อยู่นิ่ง
ก้าวร้าว พูดหรือยิ้ม คนเดียว ไม่สนใจตนเองและสิ่งแวดล้อม
เดินเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมาย ติดเหล้า ติดยา
จากอาการดังกล่าวมาแล้วเป็นเครื่องบ่งชี้ ของปัญหาทางสุขภาพจิต
ซึ่งสุขภาพจิตก็เหมือนสุขภาพกาย คือเมื่อไรที่ร่างกายรู้สึกไม่สบายก็ปรึกษาแพทย์
ทางใจก็ควรจะกระทำเช่นเดียวกัน ถ้าคิดว่า ตนเองไม่สบายใจหรือมีอาการดังกล่าวมาแล้ว
ข้างต้นก็ต้องรีบปรึกษาบุคลากรทางฝ่ายสุขภาพจิต อันประกอบดัวย จิตแพทย์
พยาบาลจิตเวช นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์ทางจิตเวช
ซึ่งการรีบรักษาและแก้ไขปัญหาตั้งแต่เริ่มมีอาการจะทำให้โอกาสหายขาดจากโรคนี้ได้
ส่วนการรักษานั้นย่อมสุดแล้วแต่ความรุนแรง ความซับซ้อน ของปัญหา
และระยะเวลาที่เกิดปัญหา อย่างไรก็ตามการรีบมาปรึกษาตั้งแต่แรกเริ่มมีโอกาสหายขาด
และสามารถกลับไปดำรงชีวิตอย่างปกติสุขได้






