นอนไม่หลับทำไงดี

ความผิดปกติของการนอน ที่พบบ่อยที่สุดคือ “อาการนอนไม่หลับ”
ซึ่งพบถึง 1/3 ของประชากรที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนไม่หลับ
พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2 ต่อ 1 และพบบ่อยขึ้น ตามอายุ
ท่านที่เคยนอนไม่หลับ คงทราบถึงความทุกข์ทรมานของภาวะดังกล่าวเป็นอย่างดี
ถ้านานๆเป็นครั้งก็ไม่เป็นเรื่องสำคัญๆแต่ถ้าเป็นบ่อยๆ ก็ควรจะต้องแก้ไข

ผลเสียของการนอนไม่หลับ

คนที่นอนไม่หลับเกิดความเจ็บป่วยไม่สบายทางร่างกายมากกว่าปกติ
โดยเฉพาะโรคต่อไปนี้ เช่น โรคภูมิแพ้ หอบหืด ความดันโลหิตสูง
ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยกว่าปกติมีปัญหาทางด้านอารมณ์และจิตใจ ตึงเครียด กังวล
อารมณ์เศร้าและเปล่าเปลียวใจ มีแนวคิดที่จะฆ่าตัวตายสูง นอกจากนี้แล้วการนอนไม่หลับ
ยังส่งผลต่อการงาน ความสามารถทั่วไป ขาดงานบ่อยๆและประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
หันเข้าสุรา ยาเสพติด

ชนิดของการนอนไม่หลับ

  • พวกหลับยาก : พวกนี้จะหลับได้ อาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง
  • พวกหลับไม่ทน : พวกนี้หัวค่ำอาจพอหลับได้
    แต่ไม่นานก็จะตื่นบางคนอาจไม่หลับอีกตลอดคืน
  • พวกหลับๆตื่นๆ :
    พวกนี้อาจจะมีความรู้สึกคล้ายไม่ได้หลับเลยทั้งคืน เพียงแต่เคลิ้มๆไปเป็นพักๆ

สาเหตุ

  • ที่พบบ่อย มักจะเนื่องจาก ความวิตกกังวล ในเรื่องต่างๆ
  • อาการเจ็บปวด หรือไม่สบายกายจากโรคที่เป็น
  • มีสิ่งรบกวนจากสภาพแวดล้อม เช่น แสงสว่าง เสียงดัง กลิ่นเหม็น
    เป็นต้น
  • ความไม่คุ้นเคยในสถานที่
  • อาชีพที่ทำให้เกิดนิสัยการนอนไม่แน่นอน เช่น อาชีพ พยาบาล ตำรวจ
    ยาม ซึ่งต้องสลับเวรไปมา
  • สาเหตุจากความแปรปรวนของจิตใจ ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
  • จากการติดยา หรือสิ่งเสพติดบางประเภท เช่น สุรา ยาม้า
  • จากยาแก้โรคบางอย่างที่ผู้นั้นต้องกินอยู่ประจำ เช่น
    ยาแก้ปวดบางประเภท ยาลดความดันโลหิต เป็นต้น
  • จากการถูกฝึกเรื่องการนอนอย่างไม่เหมาะสม

 

การรักษาโดยไม่ต้องใช้ยา

มีวิธีการหลายอย่างที่อาจช่วยให้ผู้ป่วยหลับได้ดีโดยไม่ต้องใช้ยานอนหลับ
การส่งเสริมสุขภาพของการนอนอาจทำได้หลายวิธี ดังนี้

      1. จัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน
      2. ควรเลิกสูบบุหรี่ และเลิกการดื่มเหล้าจัด
      3. บางรายการเปลี่ยนฟูกเป็นสิ่งจำเป็น จากอย่างแข็งเป็นอย่างอ่อน
        หรือสลับกัน ควรเอาใจใส่ ผ้าคลุมเตียง ไม่ให้ร้อน หรือเย็นมากเกินไป
        รวมทั้งเสื้อผ้าที่ใส่นอน ควรนุ่ม สบาย อุณหภูมิห้องควรอยู่ในระดับพอดี
        แต่บางคนต้องการเพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
      4. การเปลี่ยนท่านอนอาจจำเป็นโดยเฉพาะ ถ้าเคยนอนในท่าที่ไม่สบาย
        บางคนเชื่อว่าไม่ควรนอนตะแคงซ้ายเพราะจะเป็นอันตรายต่อหัวใจ
        ควรจะแก้ความเข้าใจผิดเพราะบางคนชอบนอนตะแคงซ้าย พวกปฏิบัติธรรม นิยมนอนตะแคงขวา
        (สีหไสยาสน์) ผู้ป่วยโรคหอบหืดหรือหายใจลำบาก ควรนอนในลักษณะนั่งมากกว่านอนราบ
        คือยกศีรษะและลำตัวท่อนบนให้สูง
      5. อาหารว่างที่ไม่หนักเกินไป อาจช่วยในการนอนหลับ เช่น น้ำส้ม
        นมอุ่น น้ำผลไม้อื่นๆ
      6. มื้อเย็นควรงดน้ำชา กาแฟ รวมทั้งก่อนนอน
      7. การอ่านหนังสือในเตียงนอนอาจเบนความสนใจจากความวิตกกังวล
        ควรเลือกรายการโทรทัศน์ที่ไม่ตื่นเต้นมากเกินไป อย่างไรก็ตาม
        ห้องนอนและเตียงไม่ควรใช้สำหรับเป็นที่รับประทานอาหารหรือของว่าง ดูโทรทัศน์
        หรือทำธุรกิจต่างๆ
      8. ไม่ควรให้มีเสียงหรือแสงรบกวนจนเกินไป
        โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการนอนหลับ เป็นแบบตื่นตัวมากเกินไป
        อาจต้องนอนแยกกับคนที่นอนกรนเสียงดัง
      9. การออกกำลังสม่ำเสมอทุกวันช่วยให้หลับดีขึ้น
        บางคนแนะนำให้เดินเร็วตอนเย็น และหลังจากนั้นให้อาบน้ำอุ่น
        การผ่อนคลายความตึงเครียดทางเพศอาจช่วยได้
      10. พยายามนอนให้มากตามที่ร่างกายต้องการจะได้รู้สึกสดชื่น
      11. หลีกเลี่ยง “ความพยายามอย่างจริงจังที่จะทำให้หลับ”
        ควรมุ่งความสนใจไปที่กิจกรรมอื่นๆ เช่น ทำงานที่น่าเบื่อ
        ดูรายการโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์ เป็นต้น
        อีกประการหนึ่งการกลัวนอนไม่หลับยิ่งทำให้ไม่หลับมากขึ้น ยิ่งกลัวยิ่งไม่หลับ
        กลายเป็นวงจรติดต่อกันไป
      12. อาจสร้างภาระเงื่อนไข โดยสร้างความเกี่ยวโยงระหว่าง
        การรับประทานยา กับกิจกรรมที่ทำเป็นนิสัย เมื่อการวางเงื่อนไขดังกล่าวเกิดขึ้น
        กิจกรรมที่ทำเพียงอย่างเดียว อาจมีผลทดแทนยาได้ และทำให้การนอนหลับดีขึ้น
      13. บางรายอาจต้องการเปลี่ยนแปลงเวลาในการนอนผู้ป่วยที่ตื่นเช้าเกินไป
        หลังจากหลับไปแล้ว 6 ชั่วโมง หรือมากกว่า ควรยืดเวลาให้ช้ากว่าเดิม
      14. การฝึกกรรมฐาน (สมาธิ) เช่นการกำหนดลมหายใจเข้าออก
        การสะกดจิตตนเอง การฝึกใช้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย อาจทำให้การนอนหลับดีขึ้น

 

ถ้าปฏิบัติตามวิธีการต่างๆ แล้วยังไม่หลับก็สมควรปรึกษาแพทย์
หรือจิตแพทย์เพื่อแก้ไขต่อไป

ข้อควรระวังเมื่อใช้ยานอนหลับ

      1. ยามีผลข้างเคียงที่อาจพบได้ดังนี้
  • มีอาการง่วงซึม
    จึงไม่ควรจะขับขี่รถยนต์ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร
  • มีอาการลืมเหตุการณ์หลังจากใช้ยาในระยะเวลาสั้นๆช่วงหนึ่ง เช่น
    หลังทานยานอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาจำไม่ได้ว่าหลังกินยาแล้วมีพฤติกรรมอย่างไร
  • มีอาการดื้อยาคือต้องใช้ ขนาดเพิ่มขึ้นจึงจะนอนหลับได้
    หากใช้ยาขนาดสูงและเป็นเวลานานๆ อาจมีการติดยาได้
    จึงควรหยุดยาเมื่อเริ่มรู้สึกว่าต้องการยาเพิ่มขึ้นจึงจะหลับ
      1. สตรีมีครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรกไม่ควรกินยานอนหลับ
        เพราะจะมีผลต่อทารกในครรภ์ได้
        สตรีที่ให้นมบุตรควรงดการให้นมบุตรในช่วงที่กินยานอนหลับ
      2. ควรงดการดื่มสุรา ไม่ว่าจะเป็นช่วงยาวหรือเป็นพักๆ

Share on TwitterShare on TumblrShare on MyspaceShare via email

Comments are closed.