ปัญหาการนอนหลับในผู้สูงอายุ
ผศ.นพ.จักรกฤษณ์ สุขยิ่ง
Research Fellow in Sleep Medicine
Rush University, Chicago
จริงๆแล้ว ความสำคัญของการนอนหลับนั้นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าช่วงกลางวันที่ร่างกายของเราตื่นนอนและมีกิจกรรมต่างๆอยู่ การศึกษาต่างๆ ที่ผ่านมาพบว่าไม่เพียงแต่การนอนหลับจะมีประโยชน์ในแง่การพักผ่อนของร่างกายเท่านั้น แต่กลับพบว่ายังมีการทำงานที่สำคัญของร่างกายในหลายๆระบบเกิดขึ้นอย่างมากมายในขณะที่เรานอนหลับในตอนกลางคืนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบการทำงานของฮอร์โมนชนิดต่างๆ, การทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด หรือแม้แต่การทำงานของสมองเองก็ตาม ซึ่งถ้าการนอนหลับเกิดขึ้นได้อย่างไม่ดีเท่าที่ควร แน่นอนที่สุดที่จะต้องมีการส่งผลกระทบถึงสุขภาพร่างกายในช่วงเวลากลางวันด้วย
เมื่อร่างกายของคนเราต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย การนอนหลับเองก็ย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพของการนอนหลับในที่สุด นอกจากนี้แล้ววัยสูงอายุเอง ก็เป็นวัยหนึ่งที่จะพบความผิดปกติต่างๆ ของการนอนหลับได้บ่อยกว่าในวัยอื่นๆ อยู่แล้ว การให้ความสำคัญและการดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ควรจะได้รับการใส่ใจ บทความนี้จะครอบคลุมโดยสังเขปถึงปัญหาและความผิดปกติต่างๆของการนอนหลับที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ และแนวทางการแก้ไขและป้องกัน โดยจะเริ่มทำความเข้าใจกันตั้งแต่ลักษณะของการนอนหลับที่ปกติ, การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น, สาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดปัญหา ตลอดจนถึงแนวทางการแก้ไขและป้องกัน
การนอนหลับที่ปกติเป็นอย่างไร
โดยทั่วไปแล้วเราทุกคนจะมีนาฬิกาชีวภาพ (BIOLOGICAL CLOCK) อยู่เรือนหนึ่งในร่างกาย นาฬิกาเรือนนี้จะเป็นตัวคอยบอกร่างกายว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลานอน และเมื่อไหร่จะถึงเวลาตื่น และเมื่อนาฬิกาในร่างกายบอกว่าถึงเวลานอนแล้ว วงจรการนอนหลับก็จะค่อยๆเริ่มเกิดขึ้น วงจรการหลับของเรานี้แบ่งออกได้เป็นสองส่วน ทำงานสลับไปเรื่อยๆ ส่วนแรกเราเรียกว่า NON RAPID EYE MOVEMENT (NON-REM) เป็นช่วงที่ไม่พบว่ามีการกลอกตาของกล้ามเนื้อตาเกิดขึ้น โดยทั่วๆไปนั้น ส่วนนี้จะเป็นส่วนของการนอนที่จะนำไปสู่การหลับที่ลึกขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งพบว่าการหลับลึกนั้นมีความสัมพันธ์กับความรู้สึกสดชื่นในตอนกลางวัน นั่นคือถ้ามีการหลับลึกได้น้อย ก็จะมีความรู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่าในวันถัดไป อีกส่วนหนึ่งของวงจรการนอนหลับนั้นเราเรียกว่า RAPID EYE MOVEMENT (REM) เป็นช่วงที่พบว่ามีการทำงานของกล้ามเนื้อตากลอกไปมาร่วมด้วย ส่วนของการนอนหลับส่วนนี้เองที่ทำให้เกิดการฝันขึ้น การฝันที่เป็นเรื่องเป็นราว เป็นฉาก เป็นตอนก็จะเกิดขึ้นในช่วงการนอนแบบ REM นี้เท่านั้น โดยปกติแล้ว วงจรการนอนหลับจะเป็นวงจรของ NON-REM-REM สลับกันไปเรื่อยๆ แบบนี้ กัน 5-6 ครั้ง ในแต่ละคืน
เกิดอะไรขึ้นกับการนอนหลับเมื่อเรามีอายุมากขึ้น
คงจะหลีกเลี่ยงลำบากที่จะไม่ให้เกิดการเสื่อมลงของการทำงานของร่างกายเรา เมื่อเรามีอายุมากขึ้น การนอนหลับก็เช่นเดียวกัน นาฬิกาชีวภาพเรือนนั้นที่เคยทำงานได้ ก็จะเริ่มลดประสิทธิภาพลงไป ซึ่งก็จะไปกระทบต่อคุณภาพของการนอนหลับโดยตรง โดยสรุปแล้ว การนอนหลับในวัยสูงอายุนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆได้ดังนี้
- ช่วงเวลาของการนอนหลับจะเลื่อนขึ้นมาเร็วขึ้น จะทำให้รู้สึกง่วงหัวค่ำขึ้นกว่าแต่ก่อน และ แน่นอนก็จะรู้สึกตัวตื่นขึ้นเร็วกว่าแต่ก่อนเช่นกัน
- จำนวนหรือเปอร์เซนต์ของการหลับลึกจะลดลงไปค่อนข้างมาก และจำนวนหรือเปอร์เซนต์ ของการหลับแบบตื้นจะมีมากขึ้น ผลก็คือความรู้สึกสดชื่นและรู้สึกเต็มอิ่มกับการนอนหลับ จะลดลงไปได้บ้าง และผลอันนี้จะพบเด่นชัดในผู้ชายมากกว่าในผู้หญิง
- ความต่อเนื่องของการนอนหลับ จะลดลง ไม่ดีเหมือนก่อน การนอนจะเป็นลักษณะหลับๆ ตื่นๆ ได้บ่อยขึ้น
- จะพบการงีบหลับในช่วงบ่ายได้มากขึ้น
อาการของการนอนหลับที่พบได้บ่อยในคนวัยนี้มีอะไรบ้าง
ส่วนใหญ่แล้วอาการที่จะแสดงหรือชี้นำให้เห็นว่าคนๆ นั้นมีปัญหาการนอนหลับที่พบได้บ่อยในคนสูงอายุก็คือ
- หลับยากและหลับๆตื่นๆ บ่อยมากจนเหมือนไม่ได้หลับเลย
- ตื่นขึ้นมากลางดึก แล้วหลับต่อไม่ได้
- ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น นอนได้ไม่เต็มอิ่ม
- มีอาการอ่อนเพลียมากหรือง่วงมากในตอนกลางวัน
- มีอาการหรือพฤติกรรมแปลกๆ ในช่วงระหว่างหลับ เช่น ดิ้นอย่างรุนแรง, ร้องเสียงดัง เป็นต้น
สาเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากอะไร
สาเหตุต่างๆที่ทำให้เกิดปัญหาในการนอนหลับขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุนั้น พอจะจำแนกได้เป็นกลุ่มๆ ดังนี้
- การเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากวัยเอง ที่ทำให้ประสิทธิภาพการนอนหลับนั้นลดลง ตามที่ กล่าวมาข้างต้น
- ความผิดปกติการนอนหลับบางประเภท เช่น
- ความผิดปกติของขากระตุกเป็นช่วงๆ (Periodic limb movement disorder) จะมีอาการกระตุกที่ขาทั้งสองข้าง หรือเหมือนมีตัวอะไรมาไต่ให้รู้สึกยุบยิบเวลาจะเคลิ้มหรือจะนอนหลับ และจะเกิดเป็นช่วงๆ ตลอดคืน ทำให้ตื่นขึ้นมาเป็นพักๆ ผลก็คือจะรู้สึกนอนไม่หลับ หรือเพลียในวันรุ่งขึ้น
- ความผิดปกติของการหายใจหยุดในขณะหลับ (Sleep apnea) ส่วนใหญ่จะมีอาการนอนกรนเสียงดัง พร้อมกับมีการหยุดการหายใจร่วมด้วยเป็นพักๆ ในบางรายจะมีอาการตื่นขึ้นมาเนื่องจากรู้สึกขาดอากาศหายใจ อาการเหล่านี้ทำให้คุณภาพการนอนหลับเกิดขึ้นได้อย่างไม่ดี ทำให้รู้สึกเพลียหรือง่วงในช่วงกลางวัน
- ความผิดปกติของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงการนอนแบบ REM (REM Sleep Behavior Disorder) ความผิดปกติประเภทนี้จะพบได้บ่อย ลักษณะอาการจะเป็นเหมือนคนนอนดิ้นและละเมออย่างรุนแรง จะสะบัดแขน ขาอย่างรุนแรง เหมือนกำลังต่อสู้กับใครอยู่ ซึ่งจริงๆแล้วอาการละเมออย่างรุนแรงแบบนี้ จะเป็นผลเนื่องมาจากขณะที่ฝัน แต่ในคนปกติ เมื่อเข้าสู่สภาวะการฝันกล้ามเนื้อ แขนขาจะหยุดการเคลื่อนไหว ไม่ออกแรงหรือเคลื่อนไหวตามเนื้อหาความฝัน แต่ในคนกลุ่มนี้ การควบคุมการหยุดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อในขณะฝัน (REM Sleep) นั้นผิดปกติไป จึงเกิดการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงตามเนื้อหาของความฝัน
- ความผิดปกติทางโรคจิตเวช บางอย่าง เช่น โรคซึมเศร้า ซึ่งนอกจากจะมีอาการหลับยากหลังจากตื่นขึ้นมากลางดึกแล้ว ยังพบการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมของอารมณ์อีกด้วยในลักษณะที่หดหู่ ไม่มี กะจิตกะใจอยากจะทำอะไร เบื่อหน่ายชีวิต หรือวิตกกังวลกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนหยุดความความคิดตนเองไม่ได้ อาจจะมีอาการเบื่ออาหารและน้ำหนักลดร่วมด้วยได้
- ความเจ็บป่วยด้วยโรคทางร่างกายอื่นๆ เช่น โรคปวดกระดูก หรือไขข้ออักเสบซึ่งจะทำให้เกิดการปวดจนรบกวนการนอนหลับ นอกจากนี้โรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือดและโรคทางระบบทางเดินหายใจหลายๆ ชนิด ก็จะรบกวนประสิทธิภาพของการนอนหลับได้เช่นกัน
- ยาต่างๆ บางตัวที่ผู้สูงอายุใช้ อาจรบกวนคุณภาพของการนอนหลับได้
- ความสามารถในการปรับตัวต่อเรื่องเครียด หรือไม่สบายใจต่างๆ ของผู้สูงอายุนั้นอาจลดลง มีผลทำให้การนอนหลับอาจไม่ค่อยดีได้ในขณะที่มีเรื่องไม่สบายใจ
วิธีการรักษาจะเป็นอย่างไร
ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในประสิทธิภาพการนอนของคนวัยนี้ทำให้การนอนหลับเกิดขึ้นได้ไม่ดีเหมือนสมัยวัยก่อนๆ หน้านี้ก็ตาม แต่โดยทั่วไปเรายึดหลักที่ว่า ถ้าเริ่มรู้สึกว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนอนไม่หลับ หรือ เพลีย หรือว่านอนมากในช่วงกลางวัน เกิดขึ้นต่อเนื่องกันเป็นเวลาร่วมสองอาทิตย์ถึงหนึ่งเดือน แล้วไม่ดีขึ้น ควรจะปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ, วินิจฉัย และหาแนวทางการช่วยเหลือต่อไป ซึ่งก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละความผิดปกติที่กล่าวมา อย่างไรก็ตาม อยากจะขอเสนอแนะข้อพึงปฏิบัติบางอย่าง เพื่อทำให้คุณภาพการนอนหลับนั้นดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีการเสื่อมตามวัยของวงจรการนอนหลับเกิดขึ้นแล้วก็ตาม
- ควรตื่นนอนในตอนเช้าให้เป็นเวลาทุกวันสม่ำเสมอ
- เข้านอนเมื่อรู้สึกง่วง
- ไม่ควรใช้เวลาอยู่บนเตียงนานๆ โดยที่ไม่หลับ ไม่ควรนอนค้างอยู่บนเตียงทั้งที่ไม่หลับด้วย ความคิดที่ว่าอยากจะชดเชยการนอนให้มากที่สุด เพราะการกระทำลักษณะนี้จะยิ่งทำให้ คุณภาพการนอนยิ่งแย่ลง และเกิดความไม่ต่อเนื่องของการหลับได้มากขึ้น
- พยายามหาเวลาออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสุขภาพร่างกายเป็นประจำสม่ำเสมอ ประเด็น นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจากการศึกษาพบว่า การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในผู้ สูงอายุนั้น มีความสัมพันธ์กับคุณภาพของการนอนหลับที่ดีขึ้น
- หลีกเลี่ยงยาหรือสารเคมีบางตัวที่จะมีผลต่อการนอนหลับ เช่น กาแฟ และ บุหรี่ เป็นต้น
- ถ้าจะมีการงีบหลับในช่วงบ่าย ควรจัดเวลางีบหลับให้เป็นประจำสม่ำเสมอ โดยไม่ควรเกิน 1-2 ชม. และไม่ควรงีบหลับหลัง 15.00 นาฬิกาเพราะอาจมีผลต่อการนอนหลับในคืนนั้นๆได้
- ควรระมัดระวัง เรื่อง การใช้ยานอนหลับ ไม่ควรใข้ยานอนหลับอย่างต่อเนื่องด้วยตนเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะการใช้ยานอนหลับอย่างต่อเนื่องในระยะหนึ่งนั้นจะไปมีผล รบกวนต่อการนอนหลับของเราเองได้






