ยาเสพติด: การดูแลรักษาตนเองเบื้องต้นและการปฐมพยาบาล

วิทยากร ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงศรีประภา ชัยสินธพ

ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

สถานที่ หอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

วัตถุประสงค์ เมื่อจบการบรรยายแล้ว ผู้เข้ารับการอบรมสามารถบอก

๑. ลักษณะอาการผิดปกติเนื่องจากการใช้ยาเสพติดที่พบบ่อย

๒. ตัดสินใจในการส่งต่อนักเรียนเมื่อมีปัญหายาเสพติด ไปยังสถานบริการที่เหมาะสมได้

๓. ให้การดูแลช่วยเหลือแนะนำนักเรียน ครอบครัว และตนเอง เมื่อมีปัญหาสุขภาพจิตและยาเสพติดในเบื้องต้นได้

๔. ป้องกันการเกิดปัญหายาเสพติด โดยให้คำแนะนำแก่นักเรียนและชุมชนได้

๕. นำความรู้เรื่องสุขภาพจิตและปัญหายาเสพติดไปใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมงานอนามัยโรงเรียนได้


 

สุขภาพจิต และปัญหายาเสพติด

ความสำคัญ

ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นปัญหาที่เกิดกับเด็กและวัยรุ่น

ทุกชาติทั่วโลก จากปัญหาสุขภาพจิตไม่ดีทำให้มีการใช้ยาเสพติดมากขึ้น เมื่อความต้องการยาเสพ

ติดมากการลักลอบค้ายาก็มากขึ้นตามส่วน กลายเป็นปัญหาระดับชาติและเป็นปัญหาเรื้อรังของสังคม

ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ฝิ่นเป็นปัญหาสำคัญ จนกระทั่งมีการประกาศ

ให้ยกเลิกการเสพและจำหน่ายฝิ่นโดยเด็ดขาด ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๒ เป็นต้นมา

หลังจากนั้นก็มีปัญหาการใช้มอร์ฟีนและเฮโรอีนมาแทนที่ รวมทั้งยาเสพติดอื่นๆ เช่น สุรา กัญชา เป็นต้น

สมัยก่อนผู้ติดฝิ่นเกือบจะทั้งหมดเป็นผู้ใหญ่ กรรมกรผู้ใช้แรงงานหรือผู้สูงอายุ

เยาวชนนั้นแทบจะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับฝิ่นเลย จนกระทั่งยี่สิบกว่าปีมานี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทาง

วัฒนธรรม ภาวะเศรษฐกิจและสังคม ช่องว่างทางด้านความคิด ความเข้าใจระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ก็

มีมากขึ้น การใช้เฮโรอีนในเยาวชนก็เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ รวมทั้งการใช้ยา เช่น เซโคนาล ก็มี

ปรากฎมากขึ้น มีการใช้ยาประเภทแอมเฟตามีน เพื่อกระตุ้นไม่ให้ง่วงและดูหนังสือได้นาน ปัญหา

เรื่องโรคเอดส์ที่พ่วงติดกับปัญหายาเสพติด การสูดดมสารระเหย โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนที่

แพร่หลายขึ้นมากจนเป็นแฟชั่น เป็นต้น

ความหมายของการติดยาเสพติด2

เมื่อพูดถึงยาเสพติดเรามักจะหมายถึงฝิ่นหรืออนุพันธ์ของฝิ่น คือ มอร์ฟีนและฝิ่น

สังเคราะห์ คือ เฮโรอีน พวกนี้เป็นยาเสพติดให้โทษ (Narcotic drugs) ผู้ที่ติดยาจะต้องใช้

ยาอยู่เสมอและต้องเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อขาดยาก็จะมีอาการทั้งทางร่างกายและจิตใจ

องค์การอนามัยโลกได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “การติดยา” ว่าเป็น “ภาวะที่

เกิดขึ้นจากการใช้ยาเป็นประจำโดยสม่ำเสมอหรือเป็นพักๆ และการใช้ยานี้มีผลเป็นอันตรายต่อ

ผู้ใช้ยาเอง ต่อสังคมหรือ ต่อทั้งตัวเองและสังคม”

การวินิจฉัยว่าผู้ใดติดยาเสพติดหรือไม่นั้นจะต้องยึดถือหลักสำคัญ คือ “มีการใช้ยา

เป็นประจำจนเป็นนิสัย และเมื่อหยุดยาแล้วจะมีอาการของการหยุดยา คือ Withdrawal Symptom”

การติดยานั้นเมื่อเริ่มใช้ใหม่ๆจะเป็นการติดทางใจ คือ ยาทำให้สบายใจ หายตึง

เครียด หายอึดอัดใจ ผู้ใช้รู้สึกพอใจ ติดใจ ทำให้ใช้ไปเรื่อยๆ เมื่อใช้ไปนานเข้าขนาดของยาก็

ต้องเพิ่มมากขึ้นทุกทีเพื่อให้ออกฤทธิ์เท่าเดิม สภาวะทางร่างกายก็เปลี่ยนไปเพื่อปรับให้เข้ากับ

สภาพที่มียาอยู่ในร่างกาย เมื่อหยุดยาร่างกายก็จะเสียสภาวะที่ปรับไว้นี้ และทำให้เกิดอาการ

ของการหยุดยาขึ้น อาการจะแล้วแต่ชนิดของยาที่ใช้

สุขภาพจิตและสาเหตุของการติดยาเสพติด1

มนุษย์นั้นมีความวิตกกังวล (anxiety) อยู่เสมอในชีวิตประจำวันทั่วๆไป มากบ้าง

น้อยบ้าง ถ้ามีแต่เพียงเล็กน้อย สุขภาพจิตดีก็แก้ไขไปได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าความตึงเครียดมี

มากร่วมกับสุขภาพจิตไม่ดี ปัญหาทางจิตใจและยาเสพติดก็เกิดขึ้นตามมา นอกจากยาเสพติดให้

โทษแล้ว ยาอื่นๆประเภทที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทก็ถูกนำมาใช้กันในทางที่ผิด ใช้กันพร่ำเพรื่อจน

ติดเป็นนิสัยได้ ยาในกลุ่มนี้3 ได้แก่

๑. ยาระงับหรือกล่อมประสาท เช่น เหล้า สารระเหย และยากลุ่ม Benzodiazepine

๒. ยากระตุ้นประสาท เช่น Amphetamine

๓. ยากลุ่มที่ทำให้เกิดอาการประสาทหลอน เช่น LSD

การที่คนจะติดยาเสพติดได้นั้น จะต้องอาศัยองค์ประกอบทั้งด้านตัวคนคนนั้นเอง

และด้านภาวะแวดล้อม

ทางด้านภาวะแวดล้อมนั้น ได้แก่ วัฒนธรรม ประเพณี กฎเกณฑ์ต่างๆของสังคม

ซึ่งมีส่วนส่งเสริมหรือขัดขวางการใช้ยาเสพติดที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละสังคม กฎหมายเกี่ยว

กับยาเสพติด การบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย ความยากง่ายในการแสวงหายาเสพติดก็มีความ

สำคัญไม่น้อย

ทางด้านจิตเวชศาสตร์นั้นเป็นที่ยอมรับกันว่า สาเหตุที่สำคัญอันหนึ่งในส่วนของตัว

ผู้ติดยาเสพติดเอง คือ พื้นฐานเดิม บุคลิกลักษณะของบุคคลนั้น ซึ่งมักจะเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตนเอง

และชอบพึ่งคนอื่น ไม่ค่อยมีความอดทนต่อความกังวลหรือไม่สบายใจ และไม่สามารถอดทนรอคอย

ใช้ความคิดพยายามแก้ไขปัญหาต่างๆได้ ต้องการพ้นจากปัญหาต่างๆโดยเร็วที่สุดและง่ายที่สุดโดย

ไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมาในภายหลัง ต้องการเพียงความพอใจสบายใจเฉพาะหน้าเท่านั้น

บุคคลเหล่านี้เมื่อรู้สึกกังวลว้าเหว่ทางใจ และพบว่ายาเสพติดช่วยให้สบายใจขึ้นได้ทันทีแม้ชั่วครั้ง

ชั่วคราว ก็ยึดเอาเป็นที่พึ่งโดยไม่ทันคำถึงถึงผลที่ตามมาหรือไม่สนใจผลที่ตามมา นอกจากนี้บุคคล

ที่มีโรคทางจิตเวชหลายชนิด เช่น พวกที่เป็นโรคซึมเศร้า โรคประสาท ก็อาจใช้ยาเสพติดเพื่อ

ให้ตัวเองสบายใจขึ้น คนบางจำพวกก็ใช้ยาเพื่อให้เกิดความพอใจที่สามารถทำอะไรขัดกับ

กฎหมายของสังคมได้ เป็นการลดความเจ็บใจจากการที่ตัวเองไม่ประสบความสำเร็จในการ

ปรับตัว สร้างฐานะทางสังคม

นอกจากนี้ สาเหตุอื่นๆอาจจะมาจากความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับผลของยาที่มีต่อร่างกาย

เช่น ต่อเรื่องทางเพศ ความอยากจะลอง อยากรู้ หรือพยายามรักษาตัวเองให้พ้นจากโรค หรือ

ความทุกข์ทรมานทางกายหรือทุกข์ทางใจ

ในการศึกษาปัญหาสุขภาพจิตและการใช้ยาเสพติดนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณา

ถึงปัจจัยหลายประการด้วยกัน ที่สำคัญคือ เรื่องของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เรื่องของชุมชน

เรื่องทางชีววิทยา ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่ปัจจัยเรื่องของจิตใจหรือสุขภาพจิตทั้งสิ้น

ปัญหายาเสพติดในเด็กและวัยรุ่น

ปัจจุบันมีเด็กและวัยรุ่นเป็นจำนวนมากที่ใช้ยาผิดหรือติดยาเสพติด ซึ่งไม่ควรจะมีและ

น่าจะต้องป้องกันมิให้มี เพราะเด็กเหล่านี้คืออนาคตของชาติ เมื่อเด็กจิตใจว้าวุ่นสุขภาพจิตไม่ดี

โอกาสที่จะหลงใช้ยาผิดก็มีมาก จึงควรหาทางป้องกันโดยศึกษาว่าความต้องการในจิตใจเด็กนั้นมี

อย่างไรบ้าง หรือศึกษาว่าจิตใจของเด็กซึ่งใช้ยาเสพติดนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งจะพบว่าเด็กๆเหล่านี้

ก็มีความต้องการเช่นเดียวกับจิตใจของเด็กที่กำลังพัฒนาคนอื่นๆ กล่าวคือ มีความต้องการซึ่งเป็น

ตัวผลักดันให้เด็กกระทำพฤติกรรมต่างๆ ความต้องการเหล่านี้ คือ

Share on TwitterShare on TumblrShare on MyspaceShare via email

Comments are closed.