นอนไม่หลับทำไงดี
[หน้าหลัก]
......[หน้าสุขภาพจิตน่ารู้]
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
ความผิดปกติของการนอน
ที่พบบ่อยที่สุดคือ
อาการนอนไม่หลับ ซึ่งพบถึง 1/3
ของประชากรที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนไม่หลับ
พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ
2 ต่อ 1 และพบบ่อยขึ้น ตามอายุ
ท่านที่เคยนอนไม่หลับ
คงทราบถึงความทุกข์ทรมานของภาวะดังกล่าวเป็นอย่างดี
ถ้านานๆเป็นครั้งก็ไม่เป็นเรื่องสำคัญๆแต่ถ้าเป็นบ่อยๆ
ก็ควรจะต้องแก้ไข
ผลเสียของการนอนไม่หลับ
คนที่นอนไม่หลับเกิดความเจ็บป่วยไม่สบายทางร่างกายมากกว่าปกติ
โดยเฉพาะโรคต่อไปนี้ เช่น
โรคภูมิแพ้ หอบหืด
ความดันโลหิตสูง
ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยกว่าปกติมีปัญหาทางด้านอารมณ์และจิตใจ
ตึงเครียด กังวล
อารมณ์เศร้าและเปล่าเปลียวใจ
มีแนวคิดที่จะฆ่าตัวตายสูง
นอกจากนี้แล้วการนอนไม่หลับ
ยังส่งผลต่อการงาน
ความสามารถทั่วไป
ขาดงานบ่อยๆและประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
หันเข้าสุรา ยาเสพติด
ชนิดของการนอนไม่หลับ
- พวกหลับยาก :
พวกนี้จะหลับได้
อาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง
- พวกหลับไม่ทน :
พวกนี้หัวค่ำอาจพอหลับได้
แต่ไม่นานก็จะตื่นบางคนอาจไม่หลับอีกตลอดคืน
- พวกหลับๆตื่นๆ :
พวกนี้อาจจะมีความรู้สึกคล้ายไม่ได้หลับเลยทั้งคืน
เพียงแต่เคลิ้มๆไปเป็นพักๆ
สาเหตุ
- ที่พบบ่อย
มักจะเนื่องจาก ความวิตกกังวล
ในเรื่องต่างๆ
- อาการเจ็บปวด
หรือไม่สบายกายจากโรคที่เป็น
- มีสิ่งรบกวนจากสภาพแวดล้อม
เช่น แสงสว่าง เสียงดัง
กลิ่นเหม็น เป็นต้น
- ความไม่คุ้นเคยในสถานที่
- อาชีพที่ทำให้เกิดนิสัยการนอนไม่แน่นอน
เช่น อาชีพ พยาบาล ตำรวจ ยาม
ซึ่งต้องสลับเวรไปมา
- สาเหตุจากความแปรปรวนของจิตใจ
ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
- จากการติดยา
หรือสิ่งเสพติดบางประเภท เช่น
สุรา ยาม้า
- จากยาแก้โรคบางอย่างที่ผู้นั้นต้องกินอยู่ประจำ
เช่น ยาแก้ปวดบางประเภท
ยาลดความดันโลหิต เป็นต้น
- จากการถูกฝึกเรื่องการนอนอย่างไม่เหมาะสม
การรักษาโดยไม่ต้องใช้ยา
มีวิธีการหลายอย่างที่อาจช่วยให้ผู้ป่วยหลับได้ดีโดยไม่ต้องใช้ยานอนหลับ
การส่งเสริมสุขภาพของการนอนอาจทำได้หลายวิธี
ดังนี้
- จัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ
หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน
- ควรเลิกสูบบุหรี่
และเลิกการดื่มเหล้าจัด
- บางรายการเปลี่ยนฟูกเป็นสิ่งจำเป็น
จากอย่างแข็งเป็นอย่างอ่อน
หรือสลับกัน ควรเอาใจใส่
ผ้าคลุมเตียง ไม่ให้ร้อน
หรือเย็นมากเกินไป
รวมทั้งเสื้อผ้าที่ใส่นอน
ควรนุ่ม สบาย
อุณหภูมิห้องควรอยู่ในระดับพอดี
แต่บางคนต้องการเพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
- การเปลี่ยนท่านอนอาจจำเป็นโดยเฉพาะ
ถ้าเคยนอนในท่าที่ไม่สบาย
บางคนเชื่อว่าไม่ควรนอนตะแคงซ้ายเพราะจะเป็นอันตรายต่อหัวใจ
ควรจะแก้ความเข้าใจผิดเพราะบางคนชอบนอนตะแคงซ้าย
พวกปฏิบัติธรรม นิยมนอนตะแคงขวา
(สีหไสยาสน์)
ผู้ป่วยโรคหอบหืดหรือหายใจลำบาก
ควรนอนในลักษณะนั่งมากกว่านอนราบ
คือยกศีรษะและลำตัวท่อนบนให้สูง
- อาหารว่างที่ไม่หนักเกินไป
อาจช่วยในการนอนหลับ เช่น น้ำส้ม
นมอุ่น น้ำผลไม้อื่นๆ
- มื้อเย็นควรงดน้ำชา
กาแฟ รวมทั้งก่อนนอน
- การอ่านหนังสือในเตียงนอนอาจเบนความสนใจจากความวิตกกังวล
ควรเลือกรายการโทรทัศน์ที่ไม่ตื่นเต้นมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม
ห้องนอนและเตียงไม่ควรใช้สำหรับเป็นที่รับประทานอาหารหรือของว่าง
ดูโทรทัศน์ หรือทำธุรกิจต่างๆ
- ไม่ควรให้มีเสียงหรือแสงรบกวนจนเกินไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการนอนหลับ
เป็นแบบตื่นตัวมากเกินไป
อาจต้องนอนแยกกับคนที่นอนกรนเสียงดัง
- การออกกำลังสม่ำเสมอทุกวันช่วยให้หลับดีขึ้น
บางคนแนะนำให้เดินเร็วตอนเย็น
และหลังจากนั้นให้อาบน้ำอุ่น
การผ่อนคลายความตึงเครียดทางเพศอาจช่วยได้
- พยายามนอนให้มากตามที่ร่างกายต้องการจะได้รู้สึกสดชื่น
- หลีกเลี่ยง
ความพยายามอย่างจริงจังที่จะทำให้หลับ
ควรมุ่งความสนใจไปที่กิจกรรมอื่นๆ
เช่น ทำงานที่น่าเบื่อ
ดูรายการโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์
เป็นต้น
อีกประการหนึ่งการกลัวนอนไม่หลับยิ่งทำให้ไม่หลับมากขึ้น
ยิ่งกลัวยิ่งไม่หลับ
กลายเป็นวงจรติดต่อกันไป
- อาจสร้างภาระเงื่อนไข
โดยสร้างความเกี่ยวโยงระหว่าง
การรับประทานยา
กับกิจกรรมที่ทำเป็นนิสัย
เมื่อการวางเงื่อนไขดังกล่าวเกิดขึ้น
กิจกรรมที่ทำเพียงอย่างเดียว
อาจมีผลทดแทนยาได้
และทำให้การนอนหลับดีขึ้น
- บางรายอาจต้องการเปลี่ยนแปลงเวลาในการนอนผู้ป่วยที่ตื่นเช้าเกินไป
หลังจากหลับไปแล้ว 6 ชั่วโมง
หรือมากกว่า
ควรยืดเวลาให้ช้ากว่าเดิม
- การฝึกกรรมฐาน (สมาธิ)
เช่นการกำหนดลมหายใจเข้าออก
การสะกดจิตตนเอง
การฝึกใช้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
อาจทำให้การนอนหลับดีขึ้น
ถ้าปฏิบัติตามวิธีการต่างๆ
แล้วยังไม่หลับก็สมควรปรึกษาแพทย์
หรือจิตแพทย์เพื่อแก้ไขต่อไป
ข้อควรระวังเมื่อใช้ยานอนหลับ
- ยามีผลข้างเคียงที่อาจพบได้ดังนี้
- มีอาการง่วงซึม
จึงไม่ควรจะขับขี่รถยนต์ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร
- มีอาการลืมเหตุการณ์หลังจากใช้ยาในระยะเวลาสั้นๆช่วงหนึ่ง
เช่น
หลังทานยานอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาจำไม่ได้ว่าหลังกินยาแล้วมีพฤติกรรมอย่างไร
- มีอาการดื้อยาคือต้องใช้
ขนาดเพิ่มขึ้นจึงจะนอนหลับได้
หากใช้ยาขนาดสูงและเป็นเวลานานๆ
อาจมีการติดยาได้
จึงควรหยุดยาเมื่อเริ่มรู้สึกว่าต้องการยาเพิ่มขึ้นจึงจะหลับ
- สตรีมีครรภ์ในระยะ 3
เดือนแรกไม่ควรกินยานอนหลับ
เพราะจะมีผลต่อทารกในครรภ์ได้
สตรีที่ให้นมบุตรควรงดการให้นมบุตรในช่วงที่กินยานอนหลับ
- ควรงดการดื่มสุรา
ไม่ว่าจะเป็นช่วงยาวหรือเป็นพักๆ
*
ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานอนหลับ *