ความโศกเศร้า

มีการศึกษาเกี่ยวกับความโศกเศร้าพบว่า คนเราสามารถสร้างอารมณ์เศร้าให้เกิดขึ้นได้ โดยการนั่งอยู่ในห้องเงียบ ๆ ศีรษะซบเข่า คร่ำครวญอยู่แต่ว่า "ไม่มีใครช่วยฉันได้ ชีวิตนี้หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ฉันหมดหวังกับชีวิตนี้แล้ว" คิดถึงแต่สิ่งเลวร้ายในชีวิตที่ผ่านมา สะอื้น ร้องให้ อารมณ์เศร้าที่แท้จริงจะเกิดติดตามมา จากการทำอยู่เรื่อย ๆ อารมณ์เศร้าจะคงอยู่ตลอด

ในการแก้อารมณ์เศร้าที่เกิดขึ้น เขาทำในสิ่งตรงกันข้าม พยายามมีกิจกรรมอยู่ตลอดเวลา ฟังเพลงที่คึกคัก เร้าอารมณ์ อ่านการ์ตูนตลก พูดคุยกับเพื่อนฝูง ถึงแม้ว่าในบางครั้งไม่มีอารมณ์จะทำ แต่ต้องทำ เมื่อเริ่มเกิดอารมณ์สดชื่นขึ้นก็มีการเปลี่ยนแปลงติดตามมา

เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราพบในชีวิตจริง เมื่อเราโศกเศร้าก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ตนเองจมอยู่กับความเศร้าอยู่ตลอด โดยไม่ยอมออกไปไหน ไม่อยากพบปะกับใคร จมอยู่กับสิ่งเลวร้ายที่ผ่านมา โดยการกระตุ้นให้ตัวเองหวนกลับมาสู่ชีวิตประจำวัน ล้างจาน ทำงานบ้าน ออกไปหาเพื่อนฝูงจะทำให้ความโศกเศร้าค่อย ๆ ลดลง แม้ว่าจะรู้สึกว่าต้องฝืนใจตนเองอย่างมากในช่วงแรก

ในบางครั้งอารมณ์เศร้าที่มีอยู่เพิ่มขึ้นจนรุนแรงมาก มีอาการต่าง ๆ ติดตามมา เช่น นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ เบื่ออาหารน้ำหนักลดลงมาก หมดความสนใจต่อโลกภายนอก ไม่คิดอยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ในกรณีเช่นนี้จำเป็นที่จะต้องรักษาด้วยการใช้ยาจากจิตแพทย์ ส่วนความเศร้าที่มีไม่มากนัก การปรับตัวในการดำเนินชีวิตใหม่โดยการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์จะช่วยได้มาก

หลักการเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกอย่างหนึ่งก็คือ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้จะไม่คงอยู่ตลอดไป แต่จะขึ้น ๆ ลง ๆ ในแต่ละช่วงตามแต่การกระตุ้นที่มี และตามการเปลี่ยนแปลงของระบบ ต่าง ๆ ในร่างกายเรา คนที่มีความโศกเศร้ามักจะรู้สึกหมดหวัง คิดว่าความรู้สึกนี้จะคงอยู่กับตนเองตลอดเวลา ในความเป็นจริงแล้วจะมีอยู่บางช่วงที่อารมณ์เศร้านี้เบาบางลง ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ให้เราเริ่มกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เพื่อให้มีความรู้สึกที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามเป้าหมายของการอยู่อย่างสร้างสรรค์คือการทำให้เต็มที่เท่าที่จะทำได้ในแต่ละขณะ ไม่ว่าเราจะมีความรู้สึกอย่างไรก็ตาม

เพื่อนฝูงที่สนิทมักจะปลอบใจว่า อย่าไปคิดมาก ทำใจให้เข้มแข็งเข้าไว้ ซึ่งถ้าทำได้ง่ายตามที่พูดก็คงจะเป็นการดี แต่เราไปบังคับอารมณ์ที่กำลังเศร้าให้ไม่เศร้าไม่ได้ เช่นเดียวกับความรู้สึกอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเอง ดังนั้นคำแนะนำเหล่านี้จึงไม่ได้ผล กลับจะยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเขาไม่เข้าใจเราจริง ทำให้เรารู้สึกแย่ยิ่งขึ้นที่ไม่สามารถทำตามความหวังดีที่เขาแนะนำได้ รู้สึกไม่สบายใจ ที่ตนเองทำให้เพื่อน ๆ ต้องหนักใจที่ช่วยเราไม่ได้ ในบางครั้งเรากลับอาจโกรธรู้สึกว่าที่เขาทำไม่ใช่เพื่อเราแต่หากเพื่อตัวเขาเองที่จะได้ไม่ต้องอึดอัดใจ

การช่วยที่ได้ผลดีกว่าคือการที่เพื่อนจะยอมรับ เข้าใจถึงความทุกข์ทรมานที่เรามี รับฟัง และคอยช่วยเหลือสนับสนุนเมื่อเราอยากต่อสู้กับชีวิตต่อไป ไม่บังคับหรือเอาแต่กระตุ้นในขณะที่เราเองยังไม่พร้อม ให้เวลาแก่เราเพื่อที่จะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร เข้าใจดีว่าไม่ว่าเราจะรู้สึกแย่แค่ไหนก็ยังมีบางช่วงที่ความรู้สึกนี้เบาบางลง ซึ่งเป็นโอกาสเหมาะที่จะให้ฉุกใจคิดและเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่มีพฤติกรรมที่สร้างสรรค์


อยู่อย่างสร้างสรรค์ -- มาโนช หล่อตระกูล

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์     ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Contents.gif (217 bytes)      Back.jpg (1405 bytes)    Next.jpg (4395 bytes)       Index.jpg (1160 bytes)