การใช้คำผิด ๆ

มีอยู่บ่อย ๆ ที่เราเข้าใจผิด หรือใช้คำผิด ๆ ในการกล่าวถึงคนใดคนหนึ่ง เช่น

นายสุเทพเป็นเกย์ มาลีเป็นเด็กประสาท ทองดีเป็นคนเจ้าปัญหา ที่กล่าวเช่นนี้เพราะในความเป็นจริงเขาไม่ใช่เกย์ เขาไม่ใช่คนประสาท หากมีแต่ขณะของภาวะเกย์ หรือขณะของภาวะประสาท คำว่าเป็นเกย์หมายถึงสิ่งที่คงที่ติดตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะคิด จะทำอะไรก็ตาม ซึ่งการเป็นอยู่อย่างคงที่ในลักษณะเดิมตลอดเวลานั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะคนเรามีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด บางช่วงก็ขับรถ บางช่วงก็เล่นกีฬา บางช่วงอ่านหนังสือ หรือฟังเพลง ถ้าเราจะบอกว่าเขาเป็นเกย์ตอนอ่านหนังสือ คงฟังดูแปลก ๆ

เช่นเดียวกันกับที่เรามักคิดว่าสังคมทำให้คนกลายเป็นแบบนี้ กลายเป็นแบบนั้น คำว่าสังคมเป็นลักษณะนามธรรมจับต้องไม่ได้ เป็นสิ่งที่เรามักนำมาใช้อธิบายเมื่อมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา โดยหาสาเหตุที่แน่นอนไม่ได้ การเรียนรู้ ทัศนคติของเรา ได้มาจากการสั่งสอนของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ เพื่อนฝูงหรือเพื่อนร่วมงาน ว่าอะไรที่เหมาะสมอะไรที่ไม่เหมาะสม เราพัฒนาขึ้นมาจากการเรียนรู้จากคนแต่ละคนรอบข้าง เราได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์จริง และตัวคนจริง ๆ รอบตัวเรา มิใช่จากสังคมซึ่งไม่ทราบว่าคืออะไรแน่

มีคำต่าง ๆ อีกมากมายที่เราใช้เรียกในลักษณะนี้เช่น คนขี้เกียจ คนเพี้ยน ๆ คน มุทะลุ ซึ่งการใช้คำเหล่านี้จะมีผลต่อการมีอคติของเราในการมองผู้อื่น โลกทัศน์ในการมองคน มองชีวิตนั้นแคบลง ขาดความยืดหยุ่น ไม่สามารถปรับตัวได้ต่อสภาพเป็นจริงในแต่ละสถานการณ์ แต่ละขณะซึ่งจะแตกต่างกันออกไป ควรมองคนโดยภาพรวมของตัวเขาซึ่งก็ล้วนแต่มีข้อดีบ้าง ข้อบกพร่องบ้างแตกต่างกันออกไป คงไม่มีใครที่จะมีทุกอย่างพร้อมไปหมด หรือเลวไปหมดตลอดเวลา พฤติกรรมที่แสดงออกมาเป็นเพียงพฤติกรรมในขณะหนึ่ง ๆ เท่านั้น มิเช่นนั้นคนเราคงจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้เลย

ในรายของสุเทพ ชีวิตเขาคงมิได้มีความหมายอยู่แค่ว่าจะเป็นเกย์หรือเป็นผู้ชาย เต็มตัวเท่านั้น ยังมีส่วนอื่น ๆ ในบุคลิกของเขาอีกมากมาย สิ่งที่เขาควรทำก็คือไม่ว่าจะทำอะไรก็ขอให้ทำอย่างตั้งใจเต็มที่ จะเป็นการทำงาน การเล่นกีฬา หรือแม้แต่การคบหากับเพื่อนชาย ซึ่งสิ่งนี้ต่างหากที่สำคัญต่อการดำรงชีพของเขา เป็นวิถีแห่งการดำรงชีวิต เรื่องทางเพศเป็นเพียงกระผีกหนึ่งของชีวิตทั้งหมดเท่านั้น

หลักการที่ใช้ต่อกรณีของสุเทพนี้ ก็เป็นเฉกเช่นเดียวกับผู้ที่ประสบปัญหาในตนเอง ในด้านอื่น ๆ ยิ่งเขาหมกมุ่นกับเรื่องพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของเขา ยิ่งเขาพยายามต่อต้านสิ่งเหล่านี้ ก็ยิ่งจะทำให้ปัญหาเหล่านี้เข้ามาครอบครองชีวิตส่วนอื่น ๆ ของเขาไปหมด โดยการยอมรับในสิ่งที่เป็น หันความใส่ใจออกไปสู่โลกกว้างภายนอก จะทำให้ความคับข้องใจ ความขัดแย้งในใจเบาบางลง

สุเทพบอกว่าขณะที่เขาโอบไหล่สมานนั้น เขาเกิดความรู้สึกเหมือนช่วงขณะที่เขาเป็นเด็กเมื่อโอบกอดพ่อ ความรู้สึกในวัยเด็กขณะนั้นประดังกันเข้ามา มีทั้งความอบอุ่น ความซาบซึ้ง หลาย ๆอย่างปนกันไป เขาสงสัยว่าสิ่งเหล่านี้อาจบ่งถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อพ่อในวัยเด็กที่มีปัญหา ซึ่งทำให้เขากลายมาเป็นแบบทุกวันนี้

แต่สภาพเป็นจริงในขณะนี้คือ สุเทพตอนนี้มิใช่สุเทพในขณะเด็กอีกแล้ว และสมานก็มิใช่พ่อของเขา เราเป็นอย่างที่เราเป็นในทุกวันนี้ เรื่องของอดีตเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้แล้ว ไม่ควรคำนึงอีกต่อไป ถ้าเขาต้องการแก้ไขปัญหาที่มีต่อพ่อ ก็ให้เข้าไปหาพูดคุยกับท่านโดยตรง หากท่านเสียชีวิตไปแล้ว ก็จงยอมรับต่อสิ่งที่ได้เกิดขึ้นซึ่งเป็นปัญหาในอดีตไปแล้ว และเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยการกระทำในปัจจุบันซึ่งเป็นสิ่งที่เราจัดการได้ในแต่ละขณะที่ผ่านไป


อยู่อย่างสร้างสรรค์ -- มาโนช หล่อตระกูล

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์     ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Contents.gif (217 bytes)      Back.jpg (1405 bytes)      Next.jpg (4395 bytes)     Index.jpg (1160 bytes)