ข้อจำกัดในทางปฏิบัติ

เมื่อเราอ่านมาช่วงหนึ่งแล้ว อาจรู้สึกว่าน่าสนใจ น่าลองปฏิบัติดู แต่พอปฏิบัติเข้าจริง ๆ ก็พบว่าเราทำไม่ได้อย่างที่คิด หรือทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ในบางครั้งก็ไม่แน่ใจว่าควรจะทำอย่างไรจึงจะถูก ซึ่งการจะเกิดความชำนาญนั้น ต้องใช้เวลาใช้ความพยายามในการฝึกฝนปฏิบัติตามแบบฝึกหัด หรือคำแนะนำ

อาจมีอยู่หลายครั้งที่เรารู้สึกว่าทำตามไม่ได้ เช่น "ฉันอ่านรายงานต่อหน้าที่ประชุมไม่ได้" "ฉันไม่สามารถที่จะไปกับเพื่อนได้ ถ้ายังมีอารมณ์เศร้าอย่างนี้" ซึ่งเรามักจะมีเหตุผลต่างๆ ที่จะบอกว่าทำไมเราถึงทำไม่ได้

มาถึงตอนนี้ขอให้มาพิจารณาว่าเราทำไม่ได้จริง ๆ หรือไม่ เราไม่สามารถที่จะบินได้เหมือนนก เราสูงกว่านี้อีกห้าเซนติเมตรไม่ได้ นี่คือความจริง แต่มาลองดูคำพูดที่ว่า"ฉันอ่านหนังสือหน้าชั้นไม่ได้""ฉันขึ้นเครื่องบินไม่ได้" จะเห็นว่ามิใช่เราทำไม่ได้ แต่เราไม่อยากทำ ไม่กล้าทำต่างหาก ดังนั้นอย่าให้คำพูดหรือความคิดมาหลอกเราตามความเคยชิน พิจารณาให้ถ่องแท้ว่า อะไรที่เราทำไม่ได้จริง ๆ อะไรที่เราทำได้ แต่ไม่อยากหรือไม่กล้าทำ เรากำลังฝึกในสิ่งที่อาจจะลำบาก แต่ขอให้เข้าใจว่าเราทำได้หากจะทำจริง ๆ

โดยปกติคนเราสามารถควบคุมพฤติกรรมของตนเองได้โดยที่ต้องการ แต่มีอยู่บางพฤติกรรมที่เราควบคุมไม่ได้ หรืออยู่นอกเหนือการควบคุมโดยตรงของจิตใจซึ่งเป็นความจริงที่เราฝืนไม่ได้ เช่น มือสั่น นอนไม่หลับ พูดติดอ่าง เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกันกับความรู้สึกดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

ถึงแม้เราจะควบคุมพฤติกรรมเหล่านี้โดยตรงไม่ได้ แต่ก็ยังสามารถแก้ไขได้ โดยใช้วิธีการเช่นเดียวกันกับที่เราใช้กับความรู้สึก คือ ยอมรับอย่างที่มันเป็น เลิกเสียเวลาที่จะไปต่อต้านกับพฤติกรรมนั้น ยิ่งเราพยายามทำให้ตัวเองหลับ ก็จะยิ่งกระสับกระส่ายนอนไม่หลับมากขึ้น คนที่พูดติดอ่างจะพบว่ายิ่งเขากังวลกับมัน หรือตั้งใจพูดให้ดีกลับยิ่งเป็นมากขึ้น

การยอมรับและทำใจให้สบายเลิกกังวลเป็นขั้นตอนแรกที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ ถ้าเราเป็นคนพูดติดอ่าง ก็ยอมรับว่าเราเป็นอย่างนี้เอง นี่คือตัวเรา นี่คือความเป็นจริง ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เป็นบุคลิกลักษณะของเรานอกเหนือไปจากเรื่องนี้ คนที่จะคบกับเราหรือสนทนากับเราเขาไม่ได้สนใจแต่เรื่องติดอ่างแต่เพียงอย่างเดียว แต่เขาสนใจในเรื่องที่เราพูด สนใจเราทั้งตัว

ทำในสิ่งที่เราทำได้ เพื่อช่วยให้ปัญหาเบาบางลง ถ้านอนไม่หลับ ก็ต้องเข้านอนตรงตามเวลา หลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือหรือดูรายการโทรทัศน์ที่ตื่นเต้น จัดที่นอนให้สบาย อากาศถ่ายเทดี ถ้านอนไม่หลับ ในวันต่อ ๆ มาร่างกายของเราจะปรับระบบการนอนให้นอนหลับได้เอง นอกจากจะมีโรคประจำตัวบางอย่างซึ่งต้องได้รับการรักษา ผู้ที่บอกว่านอนไม่หลับเลยส่วนใหญ่จะเป็นเพียงความรู้สึกของตนเอง มีบางช่วงเขาหลับได้บ้างแต่ไม่รู้ตัว บางครั้งมีคนเข้ามาสังเกตว่าเขานอนไม่หลับจริงหรือไม่หลาย ๆ ช่วง แต่พอเขาตื่นขึ้นมากลับไม่ทราบว่ามีคนเข้ามาในห้อง

การมีมือสั่น พูดตะกุกตะกัก วางตัวไม่ถูก มักจะทำให้คนคนนั้นหลีกเลี่ยงการพบปะกับผู้อื่น โลกของเขาแคบลงกว่าที่ควรจะเป็น เขาปิดกั้นตัวเองเหมือนกับมีโรคที่น่าอับอาย โดยการยอมรับถึงสิ่งที่เราเป็น ใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็นไปตามปกติ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะก้าวพ้นไปจากอุปสรรคเหล่านี้

อุปสรรคที่สำคัญในการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ คือ การไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง หลายคนรู้ว่าตัวเขาเองมีปัญหา แต่ไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต คนที่ติดสุรา ติดการพนัน ติดยาเสพติด มักจะพูดบ่นบ่อย ๆ ถึงปัญหาในตัวเขา แต่ก็ไม่พยายามที่จะแก้ไข นอกจากนี้ ยังพบได้ไม่น้อยที่บอกว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเขาเอง แต่อยู่ที่ปัญหาวุ่นวายในบ้าน พ่อแม่ไม่เข้าใจ ภรรยาที่เจ้าอารมณ์ หรือขัดเพื่อนไม่ได้เพราะยังต้องอยู่ในสังคม ซึ่งเขาเหล่านี้ไม่เหมาะที่จะเริ่มต้นแก้ไขตนเองโดยวิธีการนี้


อยู่อย่างสร้างสรรค์ -- มาโนช หล่อตระกูล

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์     ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Contents.gif (217 bytes)      Back.jpg (1405 bytes)      Next.jpg (4395 bytes)     Index.jpg (1160 bytes)