ความอ่อนล้า
อาจเคยมีบางช่วงที่เรารู้สึกอ่อนล้าอยู่ตลอดเวลา ไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่า ไป หาแพทย์แล้วตรวจไม่พบความผิดปกติอะไร นอกจากนี้ยังอาจมึนเวียนศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว หนักชาตามแขนขา ถึงแม้จะพักผ่อนเต็มที่ รับประทานอาหารบำรุงแล้วก็ยังไม่รู้สึกว่าดีขึ้น
สิ่งแรกที่เราจะต้องทำในกรณีนี้คือ ออกกำลังกาย อาจทำกายบริหาร วิ่งจ้อกกิ้ง ในช่วงแรกจะรู้สึกเหมือนจะทำไม่ไหวเพราะยังเพลียมากอยู่ แต่ไม่ว่าอย่างไรขอให้ทำต่อไปให้เป็นกิจวัตรประจำวัน จะพบว่าแทนที่เราจะยิ่งเพลียกลับแข็งแรงมากขึ้น อาการต่าง ๆ ที่มีเริ่มดีขึ้น
ในช่วงกลางวันแทนที่จะงีบหลับหรือเอาแต่นั่งซึมเซา ก็พยายามหาอะไรทำ ถ้ารู้สึกเบื่องานที่ทำซ้ำซากก็เปลี่ยนไปทำกิจกรรมอื่นแก้เบื่อบ้าง พอรู้สึกดีขึ้นก็กลับมาทำต่อ การเปลี่ยนลักษณะงานที่ทำให้สลับกันบ้างแทนที่จะทำงานอย่างเดียวตลอดให้เสร็จแล้วจึงไปทำงานอื่นจะทำให้ความใส่ใจของเราอยู่ที่งานที่ทำ หรือคนที่ต้องติดต่อ แทนที่จะใส่ใจอยู่กับความรู้สึกของตนเอง
คนที่รู้สึกอ่อนล้าอยู่ไม่หาย เป็นจากการที่เขาใส่ใจอยู่แต่ตนเองอยู่ตลอด ความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของร่างกายแม้เพียงเล็กน้อย เขาก็คอยใส่ใจไปหมด เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ในความรู้สึกของเขา ความปวดเมื่อยเนื้อตัว การมีกล้ามเนื้อกระตุกบางครั้ง ล้วนเป็นสิ่งที่คนเรามีได้ตามปกติ เคล็ดลับคือการใส่ใจอยู่กับโลกภายนอกจนไม่มีเวลาจะมาสนใจกับเรื่องเหล่านี้
การเคลื่อนไหวจะเป็นสิ่งที่ดึงความใส่ใจของเราได้ดีกว่าการอยู่เฉย เมื่อรู้สึกหงุดหงิดการออกไปขุดดินในสวนจะดีกว่านั่งเฉย ๆ หรือดูโทรทัศน์ เมื่อรู้สึกเครียดการลุกขึ้นเดินไปมา หรือจัดข้าวของในบ้านจะทำให้หายเครียดได้ดีกว่าการนั่งอ่านหนังสือ
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่รู้สึกอ่อนล้าอยู่ตลอดเวลานั้น การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ความใส่ใจเราจะไปอยู่ที่การเคลื่อนไหว อยู่ที่กิจกรรม แทนการใส่ใจในตนเอง นอกจากนี้ข้อดีของการออกกำลังกายต่อร่างกายของเราจะทำให้สุขภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ภูมิต้านทานโรคเพิ่มขึ้น ในขณะออกกำลังกายภายในสมองจะมีการหลั่งสารเคมีออกมา ซึ่งสารเคมีที่หลั่งออกมานี้ในวงการแพทย์เชื่อว่าเป็นสารที่ทำให้คนเรามีความรู้สึกสบาย
หลังจากที่ได้ออกกำลังจนเป็นกิจวัตรประจำวันแล้ว ข้อแนะนำต่อไปคือทุ่มเททำงานให้เต็มที่ ทั้งงานในที่ทำงาน การติดต่อข้างนอก หรืองานในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์รายงาน การติดต่อลูกค้า การทำความสะอาดบ้าน ทุก ๆ ขณะควรทำอย่างมีสติหรือรู้ตัวทั่วพร้อม เรามักวุ่นอยู่กับงาน ทำอะไรต่อมิอะไรตามความเคยชินกันจนแทบจะลืมไปว่ากำลังทำอะไรอยู่
ต่อไปคือการใช้พลังที่เราได้มาเพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่น จะพบว่ายิ่งใช้ยิ่งไม่หมด เหมือนน้ำพุที่คอยหลั่งพุ่งอยู่ตลอดเวลา ความอิ่มเอมใจ ความปลื้มใจที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นจะเป็นสิ่งสนับสนุนให้เรามีพลัง มีกำลังใจที่จะทำความดีต่อไป
สิ่งที่แนะนำนี้ฟังผิวเผินอาจรู้สึกว่าเป็นคำแนะนำที่ทำได้ยาก แต่หากไม่ลองทำเรา ก็คงจะอยู่ในสภาพเช่นเดิมอยู่ตลอดเวลา อย่าทำตัวเป็นคนอ่อนแอ อย่ามัวแต่สงสารตัวเองคิดว่าตัวเองไม่เหมือนคนอื่น จงกระตือรือร้นอยู่เสมอ ใส่ใจโลกภายนอกให้มากขึ้น ช่วยคนอื่นเมื่อมีโอกาสแทนที่จะคิดถึงตัวเองอยู่ถ่ายเดียว ถ้ามัวแต่รอให้ตนเองพร้อมทุกอย่างจึงจะคิดช่วยผู้อื่น เราจะไม่มีโอกาสได้ ช่วยใครเลย อย่ามัวแต่รอให้ตัวเองมีความสามารถพอถึงจะเริ่มทำ มิฉะนั้นเราจะไม่ได้ทำอะไรเลย
อยู่อย่างสร้างสรรค์ -- มาโนช หล่อตระกูล
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต