[หน้าหลัก] [หน้าสุขภาพจิตน่ารู้] [ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ]
โรคนอนไม่หลับ
โดย ผศ.จักรกฤษณ์ สุขยิ่ง
เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราในบางครั้งจะมีอาการนอนไม่หลับเกิดขึ้น เป็นครั้งคราวบ้าง ในชีวิต แต่ในบางคนอาการจะมีความรุนแรงและยาวนานจนกลายเป็นโรคนอนไม่หลบขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างมาก เมื่อพูดถึงโรคนอนไม่หลับ หลายๆคนมักจะคิดไปว่าเกี่ยวข้องกับความเครียด หรือการคิดมากทำให้ไม่กล้าที่จะบอกผู้อื่นหรือคนใกล้ชิดว่าตนเองกำลังมีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับอยู่ เพราะเกรงจะถูกมองว่าเป็นคนที่มีปัญหาทางด้านจิตใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สาเหตุของโรคนอนไม่หลับนั้นมีมากมายหลายอย่าง ไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะสาเหตุจากความเครียด ตัวอย่างเช่น ในบางคนมีอาการนอนไม่หลับโดยที่ไม่มีสาเหตุ ไม่มีความเครียดใดๆเลย อยู่ๆอาการก็เกิดขึ้นมาเอง บางคนมีสาเหตุจากการใช้ยาหรือสารบางอย่าง เช่น กาแฟ (บางครั้งการดื่มกาแฟในช่วงกลางวันอาจมีผลตกค้างถึงตอนกลางคืนได้) บางคนเคยมีสาเหตุหรือเรื่องราวที่ทำให้นอนไม่หลับ ต่อมาเมื่อเรื่องเหล่านั้นจบลงก็จะมีอาการวิตกกังวล กลัวการนอนว่าจะนอนหลับหรือไม่ในคืนนี้ คิดไปคิดมาจนนอนไม่หลับจริงๆเป็นต้น โดยทั่วไปแล้วเราพอจะสรุปถึงสาเหตุของโรคนอนไม่หลับได้อย่างง่ายๆดังนี้
- เป็นความผิดปกติในตัวคนนั้นเอง เช่นเคยนอนไม่หลับอยู่ช่วงหนึ่ง ต่อมาจะกังวลว่าคืนนี้จะหลับหรือไม่หลับ ทำให้นอนไม่หลับ หรือมีอาการนอนไม่หลับขึ้นมาโดย หาสาเหตุไม่พบ หรืออาจสัมพันธ์กับการนอนกรนบางอย่างได้
- เป็นจากความผิดปกติภายนอก เช่น เกิดเรื่องราวทำให้เครียด สภาพแวดล้อม ในการนอนไม่ดี หรือเกี่ยวข้องกับการติดยาหรือสารบางอย่าง เช่น เหล้า หรือยานอนหลับเอง เป็นต้น
- เป็นอาการหนึ่งของโรคทางจิตเวชหรือโรคทางกาย เช่น โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า ที่มีอาการท้อแท้ เบื่อหน่ายชีวิต เบื่ออาหาร ความจำไม่ค่อยดี อ่อนเพลียร่วมด้วย โรคถุงลมโป่งพองหรือโรคสมองเสื่อม เป็นต้น
เมื่อพูดถึงการรักษา หลายคนจะคิดถึงการใช้ยานอนหลับ และในบางคนจะมีความรู้สึกกลัวการใช้ยานอนหลับ กลัวจะติดยา หยุดยาไม่ได้ กลัวว่ายาอาจไปทำลายสมองบ้าง เป็นต้น ทำให้ไม่กล้าและไม่อยากที่จะรักษา แต่จริงๆแล้วยาที่ใช้รักษาโรคนอนไม่หลับนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นยานอนหลับแต่เพียงอย่างเดียว และถึงแม้จะต้องมีการใช้ยานอนหลับร่วมด้วย ผลของการใช้ยาก็ไม่น่ากลัว เหมือนกับที่บางคนคิด โดยเฉพาะถ้าอยู่ในความดูแลของแพทย์ อย่างไรก็ตามมีข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับการนอน อยู่หลายอย่าง ซึ่งพบว่ามีประโยชน์อย่างมากกับผู้ที่มีปัญหานี้ และสามารถใช้ได้โดยทั่วๆไปซึ่งอยากจะบอกให้ท่านผู้อ่านทราบไว้ดังนี้คือ
- ตื่นขึ้นให้ตรงเวลาทุกวันสม่ำเสมอ (การตื่นนอนเป็นเวลาสม่ำเสมอในตอนเช้า จะทำให้เกิดความง่วงเป็นเวลาเช่นกันในตอนกลางคืน)
- การออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น
- นอนในห้องที่ไม่มีเสียงดังรบกวนจนเกินไป
- ห้องนอนที่ร้อนเกินไปจะรบกวนการนอน ควรให้อุณหภูมิของห้องอยู่ในระดับที่พอดี
- ความหิวจะรบกวนการนอน การรับประทานของว่างเบาๆก่อนนอนอาจช่วยให้ การนอนหลับดีขึ้น
- พยายามไม่ดื่มน้ำมากๆในตอนเย็น เพื่อไม่ต้องลุกไปปัสสาวะตอนกลางคืน
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟในช่วงเย็นและการสูบบุหรี่เป็นประจำจะมีผลต่อการนอนหลับได้
- หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในช่วงเย็น ถึงแม้ว่าแอลกอฮอล์จะช่วยให้การนอนหลับง่ายขึ้นบ้าง แต่การใช้อย่างต่อเนื่องจะรบกวนต่อการนอนหลับในที่สุด
- คนที่โกรธหรือหงุดหงิดเพราะตัวเองนอนไม่หลับนั้น ไม่ควรที่จะข่มตาตัวเองให้หลับอีกต่อไป แต่ควรลุกขึ้นมาเปิดไฟ ออกจากห้องนอน หาอะไรอย่างอื่นทำ เช่น อ่านหนังสือที่น่าเบื่อสักเล่ม ไม่ควรทำอะไรที่ทำให้ตาสว่างมาก เมื่อรู้สึกง่วงจึงกลับ ไปนอนที่เตียง (เตียงมีไว้สำหรับนอนเท่านั้น ไม่ควรอ่านหนังสือหรือดูทีวีบนเตียง) แล้วลุกขึ้นจากเตียงตามเวลาปกติ ไม่ว่าจะหลับได้น้อยเพียงใด
- ถ้ารู้สึกว่าตัวเองตื่นมากลางดึกแล้วคอยจะดูเวลาอยู่เรื่อย ให้เก็บนาฬิกาไว้ที่อื่น
หวังว่าข้อพึงปฏิบัติคงมีประโยชน์กับท่านผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย และในผู้ป่วยหลายรายสามารถที่จะใช้วิธีนี้เป็นหลักในการรักษาโรคนอนไม่หลับนี้อย่างได้ผล โดยไม่ต้องใช้ยาใดๆ แต่ถ้าใช้วิธีนี้แล้วไม่ได้ผลยังมีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับอยู่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขต่อไป