[หน้าหลัก] [หน้าสุขภาพจิตน่ารู้] [ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ]
ห้องปฏิบัติการการนอนหลับ และการตรวจสภาพการนอนหลับ
ผศ.นพ.จักรกฤษณ์ สุขยิ่ง
FELLOW IN SLEEP MEDICINE
SLEEP DISORDERS CENTER,
RUSH-PRESBYTERIAN-ST.LUKES MEDICAL CENTER
CHICAGO, U.S.A.
เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่า การนอนหลับนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ และจำเป็นต่อร่างกายของคนเราอย่างมาก ไม่เพียงแต่จะนำมาซึ่งความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าในเช้าวันรุ่งขึ้น หากแต่การนอนหลับในตัวของมันเองยังมีความจำเป็นต่อการพัฒนาของร่างกายทั้งในเด็กและผู้ใหญ่อีกด้วย การทำงานของสมองเกิดขึ้นตลอดเวลาในขณะที่เราหลับ การหลั่งของฮอร์โมนและสารต่างๆ เกิดขึ้นอย่างเฉพาะเจาะจงในบางช่วงของการนอนหลับ เท่านั้น ดังนั้นหากประสิทธิภาพของการนอนหลับ หรือมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นในขณะหลับก็จะเกิดผลต่างๆ ตามมาต่อร่างกายของเราได้
ปัญหาอย่างหนึ่งสำหรับแพทย์หรือแม้กระทั่งตัวผู้ป่วยเองในการร่วมกันวินิจฉัยปัญหาที่เกี่ยวกับการนอนหลับก็คือ ไม่สามารถที่จะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นในขณะหลับได้ เนื่องจากอาการต่างๆเกิดขึ้นในขณะที่ผู้ป่วยหลับ จึงไม่สามารถที่จะสังเกตอาการหรือความผิดปกติบางอย่าง เพื่อที่จะบอกเล่าให้แพทย์ทราบได้ การตรวจการนอนหลับโดยอาศัยห้องปฏิบัติการการนอนหลับ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในปัจจุบัน ที่จะช่วยให้ทราบข้อมูลต่างๆที่จำเป็นต่อการวินิจฉัยโรคได้ในขณะที่เรากำลังหลับ
การตรวจสภาพการนอนหลับโดยห้องปฏิบัติการการนอนหลับนั้น ที่จริงแล้วก็เป็นการตรวจปัญหาของการนอนหลับ โดยใช้ตัวตรวจวัดหลายๆอย่างพร้อมกันในขณะที่เราหลับ เพื่อให้ได้ข้อมูลว่า ขณะนั้นเรากำลังหลับอยู่ในระดับที่เท่าไหร่ และเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง ตัวตรวจวัดต่างๆ เหล่านั้นก็ได้แก่ คลื่นสมอง, การหายใจ, การเต้นของหัวใจ, ระดับออกซิเจนในเลือด, เสียงกรน, ท่านอน และการขยับเขยื้อนของแขนและขา เป็นต้น
การตรวจสภาพการนอนหลับในห้องปฏบัติการการนอนหลับนั้น นับว่ายังเป็นเรื่องที่ใหม่ในบ้านเรา และหลายคนอาจยังไม่คุ้นเคย แต่ถ้าหากเราได้ลองติดตามเรื่องนี้ต่อไปและทำความเข้าใจ เราก็จะรู้สึกและค้นพบได้ว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และจะช่วยแก้ปัญหาของการนอนหลับของเราได้อย่างมากเลยทีเดียว
การนอนหลับของคนเรานั้นเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน สมองหลายส่วนจะควบคุมระดับต่างๆของการ นอนหลับ ระดับต่างๆที่ว่านั้นจะประกอบไปด้วย การง่วงนอน, การหลับระดับตื้น, การหลับระดับลึก และการนอนหลับแบบมีการฝันร่วมด้วย ซึ่งเราสามารถจะบอกได้ว่าในขณะที่เรากำลังหลับอยู่นั้น เราอยู่ในระดับที่เท่าไหร่หรือระดับอะไร โดยเราจะดูจากสัญญาณต่างๆ ของสมองและการทำงานของร่างกาย เช่น สัญญาณจาก คลื่นสมอง, การกลอกไปมาของกล้ามเนื้อลูกตา และการวัดระดับการทำงานของกล้ามเนื้อใต้คางเป็นต้น นอกจากนี้เราอาจจะบันทึกการนอนหลับของคนๆนั้นไว้ในรูปแบบของวิดีโอในกรณีที่อาจมีความผิดปกติที่จะสังเกต ได้ในระหว่างหลับอีกด้วย
สัญญาณต่างๆที่จะบันทึก (คลื่นสมอง, การเคลื่อนไหวของขา, การกลอกของลูกตา, ลมหายใจจากจมูก/ปาก, เสียงกรน, การเต้นของหัวใจ, การทำงานของกล้ามเนื้อ) จะถูกบันทึกผ่านแผ่นโลหะเล็กๆ ที่เรียกว่า อิเล็กโทรด ติดที่บริเวณศีรษะและช่วงลำคอ นอกจากนี้ยังมีสายรัดที่มีความยึดหยุ่นคาดที่บริเวณอกและท้องเพื่อตรวจวัดการหายใจ ส่วนระดับของออกซิเจนในเลือดนั้น วัดโดยใช้เครื่องมือเล็กๆ ที่มีลักษณะเป็นที่หนีบ หนีบไว้ที่ปลายนิ้วชี้ แน่นอนที่สุดว่าเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้จะไม่ทำให้เรารู้สึกเจ็บ หรืออึดอัดแต่อย่างใด เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาให้อำนวยความสะดวกสบายต่อผู้ใช้อย่างที่สุด
ทำไมถึงต้องตรวจสภาพการนอนหลับกันด้วย?
เนื่องจากมีสิ่งต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นในสมองและร่างกายของเราในขณะหลับ ดังนั้นเพื่อที่จะได้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าปัญหาคืออะไร เราจึงจำเป็นต้องเข้าใจและทราบถึงการทำงานของสมองและความสัมพันธ์ของระบบต่างๆของร่างกายตลอดทั้งคืนนั้น พอการตรวจเสร็จสิ้นลง แพทย์ก็จะเป็นผู้แปลผลว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเราในขณะหลับ และจะทราบว่าปัญหาของเราคืออะไร ทำให้การวางแผนการรักษาเป็นไปได้เหมาะสมและแม่นยำขึ้น
การแปลผลและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการนอนหลับตลอดทั้งคืนนั้น นับว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากไม่น้อย เจ้าหน้าที่ประจำห้องปฏิบัติการ (sleep technitian) ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี จะเป็นผู้คอยดูแลเราตลอดทั้งคืน และทำการบันทึกข้อมูลตลอด ข้อมูลทั้งหมดนี้จะได้รับการแปลผลและวิเคราะห์โดยแพทย์ที่มีความรู้และฝึกฝนมาทางด้านนี้โดยตรง โดยปกติแล้วข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกไปตลอดเวลาถ้าเทียบเป็นหน้ากระดาษก็จะประมาณ 800 หน้ากระดาษ (กระดาษ 1 แผ่น จะประมาณ 30 วินาที) เนื่องจากการแปลผลเป็นงานที่ต้องใช้เวลาอย่างมาก จึงอาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่งเพื่อที่จะได้ผล ซึ่งมีความสมบูรณ์และพร้อมที่จะนำไปใช้ในการรักษาต่อไปได้
จะนอนหลับได้อย่างไรในขณะที่ทั้งแปลกที่และยังมีสายวัดต่างๆ เต็มไปหมด?
เป็นคำถามที่ถูกถามบ่อยมากในคนที่จะเข้ามาตรวจสภาพการนอนหลับ หลายคนจินตนาการว่าห้องที่จะเข้ามานอนนั้น คงเป็นห้องที่ดูน่ากลัว ไม่คุ้นเคย หรือไม่อยากอยู่ แต่จริงๆแล้ว เราให้ความใส่ใจบรรยากาศ แวดล้อมของห้องปฏิบัติการการนอนหลับนี้อย่างมาก แทบจะไม่น่าเชื่อเลยว่าบรรยากาศภายในห้องปฏิบัติการนี้ จะทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องนอนที่บ้าน สะดวกสบาย และสงบมากทีเดียว เครื่องมือต่างๆ รวมถึง เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติงานอยู่ในอีกส่วนหนึ่งของห้องนอน ซึ่งแยกออกจากกันต่างหาก โดยมีโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อที่จะใช้สังเกตอาการต่างๆ ได้ตลอดคืน สายวัดต่างๆ นี้จะถูกรวบเอาไว้ต่างหากทำให้เราสามารถที่จะเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างสะดวก เหมือนนอนอยู่บนเตียงที่บ้าน นอกจากนี้บริเวณเตียงนอน ยังมีไมโครโฟน ที่สามารถติดต่อกับ เจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลาอีกด้วย
ทีแรกเราอาจจะรู้สึกแปลกๆ เวลาที่มีแผ่นโลหะ(อิเล็กโทรด) ติดอยู่ตามศีรษะและผิวหนังของเรา แต่อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหาหรือรบกวนการนอนหลับ จริงอยู่ที่การนอนในห้องปฏิบัติการการนอนหลับนั้น อาจจะแตกต่างกับการนอนเวลาที่เราอยู่บ้าน แต่ส่วนใหญ่แล้ว สิ่งนี้ไม่ได้เป็นปัญหาในการที่จะตรวจพบหรือได้ข้อมูลที่สำคัญของปัญหาเลย
จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในขณะที่ทำการตรวจในห้องปฏิบัติการการนอนหลับ
อย่างที่ทราบ ในขณะที่หลับ การทำงานระบบต่างๆของร่างกายรวมทั้งสมองจะถูกบันทึกไว้ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่องโดยเจ้าหน้าที่ตลอดทั้งคืน ถ้าบังเอิญว่าการหายใจในขณะหลับมีปัญหาเกิดขึ้น เช่นที่พบในคนนอนกรน ที่เรียกกันว่า ภาวะหยุดหายใจในขณะหลับ (sleep apnea) เจ้าหน้าที่ก็จะปลุกให้เราตื่น และใช้เครื่องมือชนิดหนึ่งเพื่อช่วยในการหายใจ เครื่องมือชนิดนี้เรียกว่าเครื่องมือที่ช่วยปรับความดันในทางเดินหายใจ (continuous positive airway pressure device) ซึ่งเป็นหน้ากากเล็กๆ อาจจะใช้สวมที่จมูกหรือบริเวณปาก ซึ่งก่อนหน้าที่เราจะนอนในห้องปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่จะแสดงและให้เราลองใช้เครื่องมือนี้ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยก่อนแล้ว
นอกจากจะตรวจการนอนหลับในตอนกลางคืนแล้ว ยังมีการตรวจอะไรได้อีกบ้างโดยห้องปฏิบัติการการนอนหลับ?
ยังมีการตรวจอีกประเภทหนึ่งโดยห้องปฏิบัติการการนอนหลับ นั่นคือการตรวจวัดระดับความรุนแรงของความง่วง อาการง่วงผิดปกติในระหว่างวันเป็นอาการหนึ่งที่สมควรได้รับการประเมินโดยแพทย์และอาจต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการการนอนหลับ เพื่อประเมินดูระดับของความง่วง โดยการให้งีบหลับเป็นช่วงๆ ในระหว่างกลางวัน แล้วตรวจวัดระดับความรุนแรงของความง่วงเหล่านั้น
มีอาการอะไรบ้างที่การตรวจทางห้องปฏิบัติการการนอนหลับจะช่วยได้?
โดยทั่วไปแล้ว อาการที่แพทย์มักจะส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการการนอนหลับเพื่อการวินิจฉัยนั้น ก็คือ
- อาการง่วงมากในระหว่างวัน : สาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อยก็คือ จากการหายใจผิดปกติในระหว่างหลับหรือการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ (sleep apnea) เนื่องจากเป็นอาการที่เกิดขึ้นในขณะหลับ ทำให้ยากต่อการสังเกตได้ว่ามีการหยุดหายใจหรือไม่ (แต่ในหลายครั้งตัวผู้ป่วยเองหรือญาติก็สามารถสังเกตได้ว่ามีการหยุดหายใจค่อนข้างนาน หรือผวาตื่นขึ้นเพื่อมาหายใจเหมือนหายใจไม่ออก) อย่างไรก็ตามพอจะมีข้อสังเกตบางอย่างที่ทำให้สงสัยได้นั่นก็คือ การนอนกรนที่ค่อนข้างดัง, น้ำหนักตัวที่ค่อนข้างมาก, อาการง่วงหรืออยากจะงีบหลับบ่อยครั้งในระหว่างวัน นอกจากนี้จำนวนไม่น้อยที่จะมีปัญหาโรคความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจร่วมด้วย
- การนอนไม่หลับเรื้อรัง : ที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีต่างๆ แล้วไม่ได้ผล อาจรวมถึงการใช้ยา, ใช้พฤติกรรมบำบัดช่วย ซึ่งสาเหตุอาจจะมีได้หลายอย่าง เช่น การหายใจผิดปกติระหว่างหลับ, อาการขากระตุกเป็นพักๆ ระหว่างหลับ เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้จะเห็นได้ชัดเจนจากการตรวจสภาพการนอนหลับ
- อาการหรือพฤติกรรมแปลกๆในระหว่างหลับ : เช่น การนอนดิ้นอย่างรุนแรง การละเมอรุนแรง ผิดปกติ รวมทั้งอาการชักในระหว่างหลับ อาการต่างๆ เหล่านี้จะปรากฎเฉพาะในขณะหลับเท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นผลจากการทำงาน หรือโรคบางอย่างทางสมองได้ การตรวจทางห้องปฏิบัติการการนอนหลับพร้อมกับการบันทึก วีดีโอ จะช่วยทำให้การวินิจฉัยเป็นไปได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
โดยสรุปแล้ว การตรวจสภาพการนอนหลับโดยห้องปฏิบัติการการนอนหลับนั้น ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ใหม่ในบ้านเรา แต่ถ้าเราได้ทำความเข้าใจถึงเหตุผลและความเหมาะสมแล้ว เราก็คงจะรู้สึกได้ถึงความสำคัญและประโยชน์ของมันในการที่จะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับของเรามีการเปลี่ยนเปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ไม่น้อยเลยทีเดียว